ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

เกาะนิวเคลียร์



เกาะนิวเคลียร์ 

“เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ
ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี 
ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์”

โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยกำลังเป็นที่จับตามองของคนไทยทุกคน หลายคนจดจ้องว่าโครงการยักษ์ใหญ่ครั้งนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ และที่สำคัญจะเกิดขึ้นหลังบ้านใคร ผลประโยชน์มหาศาลหลายพันล้านบาทตั้งแต่เริ่มการสำรวจ การสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่และการดำเนินการก่อสร้าง สิ่งเหล่านี้ยังไม่รวมการหมุนเวียนของเงินลงทุนที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเดินเครื่องเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์อีก ภายใต้เหตุผลที่ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะทำให้ประเทศไทยเกิดความมั่นคงด้านพลังงานและมีความปลอดภัยสูง ตราดจึงเป็นจังหวัดนิวเคลียร์หล่นทับ กลายเป็นเป้าหมายหลักเมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เบนเข็มกระทันหันจากนครสวรรค์และ 3 จังหวัดด้ามขวานทองสู่คมขวานตะวันออกของไทย

แน่นอนว่าการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ในประเทศไทยย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพิจารณาถึงความมั่นคงด้านพลังงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นจำเป็นต้องมองปัจจัยทั้ง 6 ด้านคือ งบประมาณที่ต้องใช้ในการลงทุน ที่มาของเชื้อเพลิง การลดพื้นที่ทำมาหากิน การใช้น้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความปลอดภัย ดังนั้นการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตำบลไม้รูด จังหวัดตราดนั้นย่อมต้องรวมถึงค่าใช้จ่ายก่อนและหลังการก่อสร้างเหล่านี้ ค่าแร่ยูเรเนียมที่จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ค่าบริหารจัดการระหว่างการเดินเครื่องปฎิกรณ์นิวเคลียร์ การกำจัดกากกัมมันตภาพรังสีและการปลดระวางหลังเสร็จสิ้นการใช้งาน


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ตำบลไม้รูดซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเลเพียง 3-4 กิโลเมตร จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของพื้นที่หลายพันไร่จากการก่อสร้าง การปล่อยน้ำร้อนหลังการหล่อเย็น ส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำทะเลบริเวณนั้นเพิ่มขึ้น ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวบนเกาะน้อยใหญ่ 50 กว่าเกาะ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำให้ชาวตราดมีรายได้เกือบ 8,000 ล้านบาทในปี 2551 อีกทั้งยังกระทบวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในชุมชนที่เคยทำมาหากินกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เงินสนับสนุนกิจกรรมประมาณ 300 กว่าล้านบาทที่ภาครัฐโฆษณา เพื่อพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระยะห่างประมาณ 5 กิโลเมตรจึงไม่ใช่คำตอบของการก้มหัวเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าตามคำสั่งจากส่วนกลาง เพราะวิถีชุมชนและวิถีชีวิตของคนตราดและลูกหลานมีค่ามากกว่านั้น


ไม่น่าเชื่อว่าการผนึกกำลังของคนตราดและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงในฐานะหัวอกเดียวกันครั้งนี้ ทั้งชาวจังหวัดจันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งกำลังถูกรัฐบาลบีบให้พื้นที่เส้นขนานเหล่านั้นเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาพลังงานและอุตสาหกรรมหนักเพื่อขยายอีทเทิร์นซีบอร์ด การตื่นตัวของคนในพื้นที่ครั้งนี้ทำให้รัฐบาลต้องถอยกลับไปทบทวนว่าทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศไทยเดินมาถูกทางจริงหรือ เสียงสะท้อนจากชาวบ้านทุกพื้นที่กำลังกระตุกต่อมคิดให้รัฐบาลคิดเรื่องการพัฒนาพลังงานนอกกรอบและบรรจุสู่แผนปฎิรูปประเทศไทยของรัฐบาลว่าด้วยวาระการพัฒนาพลังงานและอุตสาหกรรมหนักของประเทศไทย เนื่องจากว่าการปรองดองแห่งชาตินอกรอบที่ตราดครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นการหลอมรวมคนทุกสีเข้าด้วยกันเพื่อยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อแผ่นดินเกิดของตน และนี่แหละคือตัวอย่างการปฏิรูปประเทศไทยที่ได้ผลอย่างแท้จริงที่รัฐบาลต้องศึกษา

6 ความคิดเห็น