ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

Khao Yai



Entering the region of Nakhon Ratchasima, Thailand an immediate damper is set over Thanarat Road, the four lane highway that leads to Thailand’s oldest and most cherished national park and the World Heritage site of Khao Yai. A route once inhabited by brilliant fresh greens now lies with a ten kilometer boarder of broken rock, red dirt and roots ripped from the ground, contributing to a “natural” scenic route.



Sopon Sarum, Thailand’s Minister of Transportation demanded road expansion to lessen traffic jams, and create more fluid means of travel through Khao Yai. However, cars on Thanarat Road can be counted on two hands, making reason to double the size of the route, merely seem like a monetary outsource. The ministry of transportation claims that road expansion will raise town development; however, real consequences include rising land costs, with decreasing property area. People of Khao Yai do not hold favor in the expansion, and only became aware of construction once it had begun, giving them no chance, nor choice to voice their opinion. For this, Greenpeace created a mission and responsibility to represent public voice, in discovering means of how this forest destruction, and rising climate change can be halted.

Over the next three days Greenpeace held hands with local environmental NGO's (later formed a coalition called "People's Alliance for Conservation of Khao Yai- the World's Heritage")
Efforts advanced to success with the message from Prime Minister Abhisit Vejjajiva that the project will be suspended until further investigation of environmental impact. Now the people await a confirmed response to the future of Thanarat Road, while Greenpeace staff hopes authorities continue to consider social and environmental impacts before embarking on potential projects.

4 ความคิดเห็น  

เขาใหญ่.....เราเล็ก



การขยายถนนธนะรัชต์สู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมาอาจเป็นความตั้งใจแอบแฝงของปัญหาการพัฒนารูปแบบเดิมๆ ของนักการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นั่นคือ ความตั้งใจอย่างเต็มที่ของภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณเพื่อหมุนเวียนเศรษฐกิจในกระเป๋าของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการอนุมัติโครงการฯ แต่คนเหล่านั้นกลับพยายามปกปิดความจริงดังกล่าวไว้


ความรีบร้อนในการขยายถนนธนะรัชต์สู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตรในช่วงแรกของโครงการ กลายเป็นเผือกร้อนให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คนในพื้นที่และคนรักเขาใหญ่แทบนั่งไม่ติด ประจักษ์พยานในพื้นที่เกิดเหตุบอกว่าโครงการนี้เริ่มลงมือขุดเจาะ ตัดต้นไม้ใหญ่ออกและไถกลบจนเป็นถนนลูกรังอย่างที่เห็นตั้งแต่เดือนที่แล้ว การทำงานหามรุ่งหามค่ำของรถแมคโครและการย้ายต้นไม้ใหญ่บางส่วนออกนอกพื้นที่ตามคำสั่งของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ลักลอบปฏิบัติการในช่วงที่คนไทยมุ่งความสนใจไปที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ปักหลักในกรุงเทพฯ แต่พวกเขาไม่รู้จะไปแจ้งหรือเรียกร้องต่อหน่วยงานใด

การอ้างความชอบธรรมของการขยายถนนสู่เขาใหญ่ กลับเป็นเรื่องไม่ชอบมาพากลเมื่อเกิดการเปิดฉากต่อต้านอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันพุธที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยกรีนพีชเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บุกยื่นจดหมายเรียกร้องให้ยุติโครงการฯต่อรัฐมนตรีคมนาคมขณะลงสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ แต่เหตุการณ์กลับบานปลายหลังจากท่านรัฐมนตรียืนยันดำเนินการต่อจนโครงการเสร็จสิ้นพร้อมปิดท้ายคำสัมภาษณ์ที่น่าสลดว่า “สิ่งที่เสียไปแล้ว ย่อมเอากลับคืนมาไม่ได้” โดยเชื่อมโยงกับความเป็นเด็กบ้านนอกของตัวเองที่เคยหากบหาเขียด แต่ตอนนี้กบเขียดมีน้อยลงและหาได้ยากขึ้น ท่านลืมนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของกบเขียดที่มีผลมาจากการพัฒนา แต่กลับมีสายตากว้างไกลมองเห็นการพัฒนาที่จะทะลุทะลวงเขาใหญ่อย่างชัดเจน ทั้งๆที่ผลกระทบที่ตามมาคือสัญญาณบ่งบอกหายนะทางสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพเหมือนกัน

บทเรียนราคากว่า 69 ล้านบาทของโครงการฯ ที่จะทำให้การต่อสู้ด้วยสองมือเปล่าและหนึ่งความคิดดีๆของคนทั้งในและนอกพื้นที่ด้วยสำนึกดีที่จะคืนความสมดุลทางธรรมชาติให้กลับคืนมาได้สำเร็จ จำเป็นต้องมองต่างมุมในบทบาทของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประการสำคัญคือ โครงการการขยายถนนสู่เขาใหญ่ขาดการบูรณาการในการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานอย่างสิ้นเชิง งบประมาณหลายสิบล้านและความหายนะที่เกินกว่าค่าภาษีคือสิ่งที่ทุกหน่วยงานต้องตระหนักร่วมกันในเชิงผลกระทบและความซ้ำซากของวงจรการโยนความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นหลังจากใกล้สิ้นสุดโครงการแทบทุกกรณี ประการที่สองคือ การอ้างประชาพิจารณ์ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่บกพร่องอย่างเห็นได้ชัด เมื่อชาวบ้าน เจ้าของรีสอร์ทและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชนเขาใหญ่บอกว่าพวกเขาไม่เคยได้รับจดหมายเชิญหรือเอกสารเพื่อเข้าร่วมกระบวนการบังหน้าของผู้มีส่วนได้เสียที่เรียกกันว่าการทำประชาพิจารณ์แต่อย่างใด แล้วรายชื่อของผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นในรายงานประชาพิจารณ์ที่ถูกแอบอ้างมาปรากฏในเอกสารประกอบโครงการได้อย่างไรภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง ประการสุดท้ายคือ ตราบใดที่การพัฒนาเริ่มต้นด้วยการมองจากความต้องการของคนใหญ่กว่าธรรมชาติ แน่นอนว่าการบุกรุกและเหยียบย่ำธรรมชาติย่อมไม่มีวันสิ้นสุด เขาใหญ่ในวันนี้จึงต้องการคนตัวเล็กที่มองเห็นอุทยานแห่งชาติ

เขาใหญ่ใหญ่กว่านักการเมืองและอย่าปล่อยให้พวกเขาเหล่านั้นใหญ่กว่าเขาใหญ่เด็ดขาด




ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

31 ความคิดเห็น  

วันสิ่งแวดล้อมโลก



นับเป็นเวลา 38 ปีแล้วตั้งแต่มีการเริ่มต้นวันสิ่งแวดล้อมโลก หรือ World Environment Day ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือ จากหลากหลายชาติในด้านสิ่งแวดล้อม องค์การสหประชาชาติจึงได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก

โดยจุดเริ่มต้นนั้นจัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดความตื่นตัวในด้านวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมขึ้นทั่ว โลก จึงมีมติให้จัดประชุมใหญ่ที่กรุงสตอกโฮลม์ ระหว่างวันที่ 5-16 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ที่มีรัฐบาลของสวีเดนเป็นเจ้าภาพ โดยเรียกการประชุมนี้ว่า "การประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์" หรือ "UN Conference on the Human Environment" ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 คน จาก 113 ประเทศ รวมถึงมีผู้สังเกตการณ์อีกกว่า 1,500 คน จากหน่วยงานของรัฐ องค์การสหประชาชาติ และสื่อมวลชนแขนงต่างๆ


คุณสามารถช่วยกันทำอะไรได้บ้างในวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้


กรีนพีซได้รณรงค์กิจกรรมอย่างมากมาย เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม ปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาเป็นเวลายาวนาน และเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกปี  2010 นี้  คุณสามารถช่วยอนุรักษ์สิ่แวดล้อมได้ไม่เฉพาะวันนี้ แต่คุณสามารถช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตา รักษ์และป้กป้องสิ่งแวดล้อมได้ในทุกเสี้ยวนาทีในการใช้ชีวิตประจำวัน เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราในการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยหลากหลายวิธีง่าย ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง

คุณสามารถช่วยกันทำอะไรได้บ้างในวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้


5 ความคิดเห็น  

Water journal part 5: กรีนพีซส่งตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปถึงห้องทดลอง มหาวิทยาลัย Exeter ประเทศอังกฤษแล้ว





CG Thai: ห้องทดลอง มหาวิทยาลัย Exeter ประเทศอังกฤษ

CG: ดร. เควิน บริดเดน นักวิทยาศาตร์ กรีนพีซสากล

ผมและทีมงานกำลังทดสอบตัวอย่างน้ำจากประเทศไทยที่เก็บมาจากคลองที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เรากำลังหาสารเคมีที่เป็นพิษ โลหะหนัก และมลพิษประเภทสารอินทรีย์ เพื่อที่จะชี้ว่าสารประเภทไหนบ้างที่ถูกปล่อยลงในแหล่งน้ำ

เมื่อเราได้ตัวอย่างน้ำเหล่านี้มา เราก็จะนำไปผ่านกระบวนการทดสอบเพื่อหาสารเคมีปนเปื้อน ขณะนี้เรากำลังทดลองอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะได้ผลทดสอบภายในประมาณหนึ่งเดือน

ในการทดสอบนี้ค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อน เพราะจะต้องทดสอบเพื่อหาสารเคมีที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก เราต้องแยกโลหะหนักออกจากตัวอย่างน้ำ และทดสอบว่าโลหะหนักนั้นมีปริมาณมากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นเรายังต้องแยกสารอินทรีย์ต่างๆ ออกมาเพื่อบ่งชี้ว่ามีสารประกอบใดบ้างอยู่ในตัวอย่างน้ำเหล่านั้น กระบวนการทดสอบนี้ค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลานานพอสมควร

เราคาดว่าจะได้ผลทดสอบภายในหนึ่งเดือน และเราจะรวบรวมเป็นรายงานเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อชี้แจงว่ามีสารเคมีใดบ้างในแหล่งน้ำ และให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์นี้ นอกจากนั้นเราจะส่งรายงานการปล่อยน้ำเสียไปให้รัฐบาลด้วย

1 ความคิดเห็น  

วิถีชุมชนริมคลองที่ซุกซ่อนในเมืองใหญ่... คลองพระยาราชมนตรี คลองสนามชัย และคลองดาวคะนอง



1 มิถุนายน 2553

ช่วงก้าวข้ามผ่านช่วงที่ร้อนและแล้งที่สุดของปี เริ่มเช้านี้ด้วยฝนปรอยๆ อากาศกำลังสบาย ทำให้ทุกคนกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษในการสำรวจคลอง ไม่ต้องอยู่กลางแดดดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา ทีมหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำและอาสาสมัครเดินทางมายังฝั่งธนบุรีห่างจากกรุงเทพมหานครไม่กี่กิโลเมตรมุ่งหน้าสู่ตลาดบางแค เป็นตลาดสดที่อยู่ติดกับ “คลองราชมนตรี” ตลาดสดแห่งนี้รายรอบไปด้วยบ้านเรือนริมคลองที่ดูสบายๆ อาศัยอยู่เป็นชุมชน ในคลองมีเรือจอดเรียงรายอยู่ซึ่งบ่งบอกว่าคลองบริเวณนี้ “มีชีวิต” ไม่ได้เป็นที่คลองรับน้ำเสียที่มีสภาพไม่ต่างจากท่อระบายน้ำเหมือนคลองอื่นๆ ในเมือง

คลองราชมนตรีบริเวณตลาดบางแค มีบ้านเรือนตั้งอยู่หนาแน่น
คลองราชมนตรีบริเวณตลาดบางแค มีบ้านเรือนตั้งอยู่หนาแน่น

ใต้สะพานบริเวณตลาด ยังมีปลาอยู่ชุกชุม
ใต้สะพานบริเวณตลาด ยังมีปลาอยู่ชุกชุม

เรามุ่งหน้าไปที่จุดลงเรือที่ได้นัดแนะกับ “คุณสมพร” คนขับเรือนำเที่ยว ผู้ที่ช่ำชองในเส้นทางต่างๆ และอยู่กับคลองในบริเวณนี้มาตั้งแต่เกิด เราเริ่มต้นการสำรวจจากคลองราชมนตรี สิ่งที่สัมผัสได้จากคลองนี้คือกลิ่นอายของวิถีชุมชนริมคลองที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองใหญ่ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นตลอดลำคลองเล็กๆที่ทอดยาวผ่านบ้านเรือน วัด และชุมชนมากมายก่อนไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา คุณภาพน้ำในคลองนี้แม้จะไม่สะอาดเหมือนอดีตที่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ ปัจจุบัน เด็กๆ ก็พอจะอาศัยกระโดดเล่นน้ำได้ เป็นสนามเด็กเล่น และที่เรียนรู้ธรรมชาติของเด็กที่อาศัยอยู่ตามริมน้ำ

ลักษณะสวนริมคลอง
ลักษณะสวนริมคลอง

ลักษณะบ้านไทยริมคลอง มีใต้ถุนสูง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของบ้านทรงไทยและบ้านริมน้ำ
ลักษณะบ้านไทยริมคลอง มีใต้ถุนสูง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของบ้านทรงไทยและบ้านริมน้ำ

ลักษณะบ้านไม้แบบเก่าที่มีอยู่ทั่วไปริมคลอง
ลักษณะบ้านไม้แบบเก่าที่มีอยู่ทั่วไปริมคลอง

คุณสมพรเล่าว่าคลองราชมนตรีเป็นคลองเชื่อมต่อกับคลองซอยต่างๆ ซึ่งล้วนใช้เป็นคลองสัญจรและแลกเปลี่ยนสินค้าในสมัยที่ยังไม่มีถนนลาดยางเหมือนในปัจจุบัน คลองในอดีตเป็นเหมือน “ถนนหน้าบ้าน” จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมบ้านเรือนทุกหลังยังหันหน้าเข้าหาคลอง สวนผลไม้ เช่น กล้วย มะพร้าว และมะม่วง ยังคงมีให้เห็น ต้นไม้น้อยใหญ่เขียวชอุ่มเย็นตาสร้างร่มเงาระหว่างการเดินทางในคลอง

ถนนหน้าบ้าน
ถนนหน้าบ้าน

บ้านสมัยก่อนส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้ ส่วนใหญ่มีต้นไม้หน้าบ้าน หลายหลังใหญ่โตสวยงาม แสดงให้เห็นถึงว่าสมัยก่อนนั้นผู้มีฐานะจะมีบ้านและที่ดินริมคลอง
บ้านสมัยก่อนส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้ ส่วนใหญ่มีต้นไม้หน้าบ้าน หลายหลังใหญ่โตสวยงาม แสดงให้เห็นถึงว่าสมัยก่อนนั้นผู้มีฐานะจะมีบ้านและที่ดินริมคลอง


ปัจจุบันผู้คนยังคงมีการสัญจรโดยใช้เรืออยู่บ้าง แต่เทียบไม่ได้กับสมัยก่อนเลย ที่ถึงขนาดว่าการจราจรติดขัดในคลอง แน่นจนไม่มีทางไป ใครจะไปเชื่อว่าในยุคสมัยที่ทุกอย่างเร่งรีบ การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-mail ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่กระพริบตาสามทีก็ถึงผู้รับ จะยังมีเรือไปรษณีย์ลำน้อยติดเครื่องยนต์เล็กๆเดินทางส่งความคิดถึงและสารต่างๆสู่ผู้คนชุมชนริมน้ำแห่งนี้

เส้นทางสัญจรที่รวดเร็ว ไม่มีการจราจรติดขัด สามารถเข้าถึงบ้านริมคลองได้สะดวก
เส้นทางสัญจรที่รวดเร็ว ไม่มีการจราจรติดขัด สามารถเข้าถึงบ้านริมคลองได้สะดวก


อาจจะเพราะฝนเพิ่งตกจึงทำให้น้ำดูไม่ขุ่น แต่จะก็มีขยะและสวะลอยมาประปราย จากการสอบถามและสังเกตดู พบว่าบางบ้านก็ยังมีการโยนขยะลงคลองด้วยความมักง่าย และเนื่องจากถนนเข้าไม่ถึงจึงไม่รู้จะแบกขยะออกไปอย่างไร (แม้จะมีเรือขยะมาเก็บ แต่ก็ไม่ทันใจ และต้องเสียเงินค่าเก็บขยะ) ขยะมีให้เห็นมากขึ้นเมื่อเราเดินทางไปถึงคลองอื่นๆ ที่น้ำเน่าสกปรกและบ้านเรือนดูเหมือนเป็นชุมชนเสื่อมโทรม แซมด้วยตึกแถว และโรงงานขนาดเล็ก

ถุงขยะที่รอการเก็บโดยหน่วยงานท้องถิ่น
ถุงขยะที่รอการเก็บโดยหน่วยงานท้องถิ่น

เราเดินทางทะลุผ่านไปยังคลองบางเชือกหนัง คลองบางกอกใหญ่ คลองชักพระ ที่เชื่อมต่อกันสภาพชุมชนยังคงดำเนินไปอย่างเนิบนาบแบบเดิม ก๋วยเตี๋ยวเรือ เรือขายไก่ย่างควันฉุย ยังคงมีให้เห็น วัดวาอารามที่ดูห่างไกลกันหากเดินทางด้วยถนน

เรือขายอาหารริมคลอง ซึ่งขายตั้งแต่เช้ายันเย็น สร้างรายได้พอเพียงสำหรับแม่ค้า
เรือขายอาหารริมคลอง ซึ่งขายตั้งแต่เช้ายันเย็น สร้างรายได้พอเพียงสำหรับแม่ค้า

แต่เมื่อเรานั่งเรือไปตามคลองที่ห่างกันไม่กี่คุ้งน้ำเท่านั้นเอง การเดินทางที่รื่นรมย์ต้องสะดุดเมื่อเราเดินทางมาถึง “คลองสนามชัย” บริเวณเขตจอมทอง กลิ่นเหม็นเหม็นลอยแสบจมูกชวนเวียนหัวของน้ำเริ่มก่อกวนความสวยงามสองฝั่งคลอง จากการสอบถามคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำพบว่า น้ำที่เน่าเสียบริเวณนี้เกิดจาก โรงงานต่างๆ อาทิ โรงงานย้อมผ้า ฟอกหนัง ชุบเหล็ก และอื่นๆ อีกมากมายปล่อยน้ำเสียลงมา อีกทั้งคลองเล็กคลองน้อยที่รับน้ำเสียมาจากแหล่งต่างๆ รวมถึงโรงงานขนาดเล็กที่มีอยู่ค่อนข้างหนาแน่นที่มีจนถึงสมุทรปราการบริเวณสุขสวัสดิ์ คลองเล็กๆ เหล่านี้ก็รับน้ำเสียและไหลลงมาสู่คลองสนามชัย

คุณลุงซึ่งเป็นคนดั้งเดิมอาศัยอยู่ริมคลองสนามชัย ชี้นิ้วบอกทางไปโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียสีขาวขุ่นมีกลิ่นฉุน คุณลุงบอกว่าโรงงานเป็นสาเหตุหลักของปัญหามลพิษทางน้ำและสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนมานับสิบปี
คุณลุงซึ่งเป็นคนดั้งเดิมอาศัยอยู่ริมคลองสนามชัย ชี้นิ้วบอกทางไปโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียสีขาวขุ่นมีกลิ่นฉุน คุณลุงบอกว่าโรงงานเป็นสาเหตุหลักของปัญหามลพิษทางน้ำและสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนมานับสิบปี


โรงงานเรียงรายริมคลองสนามชัย น้ำมีสีดำสนิทและมีกลิ่นเหม็นชวนเวียนหัว ส่วนล่างซ้ายมือของภาพเป็นคลองย่อยซึ่งนำพาน้ำเสียจากทั้งโรงงานและบ้านเรือนบริเวณอื่นๆ ไหลมารวมสู่คลองนี้
โรงงานเรียงรายริมคลองสนามชัย น้ำมีสีดำสนิทและมีกลิ่นเหม็นชวนเวียนหัว ส่วนล่างซ้ายมือของภาพเป็นคลองย่อยซึ่งนำพาน้ำเสียจากทั้งโรงงานและบ้านเรือนบริเวณอื่นๆ ไหลมารวมสู่คลองนี้


ท่อน้ำทิ้งของโรงงานที่หลบตามพุ่มไม้
ท่อน้ำทิ้งของโรงงานที่หลบตามพุ่มไม้

คุณสมพรเล่าให้ฟังต่อว่า สมัยก่อนเมื่อสามสิบปีที่แล้วคลองนี้ยังสะอาด ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้ไว้กิน เหลือก็นำมาขายหรือแลกกัน มีทั้งร้านค้าและมีเรือมากกว่า 50 ลำ มาจอดบริเวณนี้ สมัยนั้นเรียกว่า “ท่าน้ำธงเหลือง” แต่ปัจจุบันเมื่อความเจริญเข้ามาตามถนน ร้านค้าชาวคลองบ้างส่วนถูกไฟไหม้ ตลาดเงียบ ที่ทางบริเวณนี้ราคาแพงขึ้นเรื่อย บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม สนามกอล์ฟ และโรงงานขนาดเล็กเริ่มเข้ามาทำลายบรรยากาศของชุมชน คลองซอยสายเล็กๆไม่ต่างอะไรกับท่อระบายน้ำของคนเมือง คนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้เจริญแล้ว”

เรือขายผักและอาหาร เหลืออยู่ไม่มากในลำคลอง คุณยายขายของยากขึ้นและต้องพายเรือไกลขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการซื้อของบ้านเรือนริมคลองเปลี่ยนไป และมีการย้ายถิ่นฐานเนื่องจากมลพิษ
เรือขายผักและอาหาร เหลืออยู่ไม่มากในลำคลอง คุณยายขายของยากขึ้นและต้องพายเรือไกลขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการซื้อของบ้านเรือนริมคลองเปลี่ยนไป และมีการย้ายถิ่นฐานเนื่องจากมลพิษ

ล่องย้อนกลับมาสู่คลองดาวคะนอง คลองใหญ่ที่เชื่อมต่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขยะน้อยใหญ่ สภาพน้ำขุ่นข้นสีน้ำตาลอ่อน ไหลผ่านเรือของพวกเรา มีกลิ่นเหม็นลอยมาบ้างแต่ก็ไม่เหม็นเน่าเหมือนคลองสนามชัย ริมคลองพบโรงงานเล็กๆเรียงราย ตึกแถวสถาพเสื่อมโทรม และยังเห็นน้ำทิ้งสีดำสนิทเหม็นน้ำมันออกจากรางที่หลบสายตาระบายลงคลองแห่งนี้ ดูจากลักษณะน้ำก็พอจะเดาได้ว่าเป็นน้ำทิ้งจากโรงงานฟอกย้อม

โรงงานฟอกย้อมที่ต่อท่อปล่อยลงสู่คลองดาวคะนอง บริเวณห่างจากปากคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 1 กิโลเมตร
โรงงานฟอกย้อมที่ต่อท่อปล่อยลงสู่คลองดาวคะนอง บริเวณห่างจากปากคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 1 กิโลเมตร

ป้ารัชนีอาศัยวิ่งเรือนับจ้างในคลองดาวคะนองเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนน้ำสะอาดกว่านี้มาก แต่เมื่อมีหมู่บ้านจัดสรร อาคารพานิช และโรงงานเข้ามา สภาพน้ำในคลองก็เปลี่ยนไป ชาวบ้านร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน เหมือนป้ายการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของรัฐที่ไม่มีการปรับปรุงข้อมูลมานานมากแล้ว

ป้ารัชนีกล่าวอย่างเผ็ดร้อนถึงโรงงานที่ปล่อยน้ำและสร้างปัญหาให้กับทั้งตัวเองและทุกๆคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ

ป้ารัชนีกล่าวอย่างเผ็ดร้อนถึงโรงงานที่ปล่อยน้ำและสร้างปัญหาให้กับทั้งตัวเองและทุกๆคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ

ป้ายการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของรัฐที่ไม่มีการปรับปรุงข้อมูล
ป้ายการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของรัฐที่ไม่มีการปรับปรุงข้อมูล

นั่งเรือผ่านมายังคลองบางหลวง บริเวณชุมชนคูหาสวรรค์ หรือตลาดกำแพง บ้านไม้ห้องแถวแบบโบราณแต่สะอาดตา เป็นที่ดึงดูดของผู้คนที่ผ่านไปมายิ่งนัก เรือนไม้ตกแต่งด้วยภาพถ่ายในอดีต และภาพเขียนของศิลปินกลุ่มหนึ่งที่หนีความวุ่นวายมาสร้างสรรค์งานศิลปะ ณ ริมน้ำแห่งนี้ และยังชักชวนให้ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์คลองหน้าบ้านไม่ให้ทิ้งขยะลงน้ำอีกด้วย แต่น่าเสียดายสมัยก่อนถ้าน้ำสะอาดกว่านี้ชุมชนนี้คงเป็นชุมชนที่สวยมาก

บ้านไม้ห้องแถวแบบโบราณในคลองบางหลวง หยุดพักกินน้ำชากาแฟ ชมงานศิลปะ
บ้านไม้ห้องแถวแบบโบราณในคลองบางหลวง หยุดพักกินน้ำชากาแฟ ชมงานศิลปะ

ภาพเขียนสีน้ำทิวทัศน์ริมคลองบางหลวง
ภาพเขียนสีน้ำทิวทัศน์ริมคลองบางหลวง

คุณยายเชื้อสายจีนที่นั่งเล่นอยู่ริมคลองหน้าบ้านเล่าให้ฟังว่า “ฉันอยู่ชุมชนนี้มา 60 ปีแล้ว เมื่อก่อนน้ำตรงนี้กินได้เลยนะ ตักขึ้นมาใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มแกว่งก้อกินได้แล้ว แต่เดียวนี้ไม่กล้ากิน อะไรต่อมิอะไรทุกคนก็ทิ้งลงน้ำ” คุณยายเล่าให้ฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย

คุณยายริมน้ำ
คุณยายริมน้ำ

บ้านเรือนสมัยใหม่หันหลังให้คลองมิหนำซ้ำยังต่อท่อตรงคาดว่าไม่ได้รับการบำบัดใดๆทั้งสิ้นระบายทุกสิ่งอย่างสู่สายน้ำ ภาพเหล่านี้เหมือนแทบม้วนเดิมที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาผ่านสายตาของพวกเรา ตั้งแต่คลองสนามชัย และคลองดาวคะนอง เราเดินทางตามสายน้ำสีน้ำตาลที่ปนเปื้อนด้วยความเจริญของอุตสาหกรรมในยุคบริโภคนิยม จนถึงปากคลองดาวคะนองและแน่นอนที่สุดคือน้ำและสิ่งปฏิกูลต่างๆมาลงที่เพื่อนรักของเราเช่นเคย “แม่น้ำเจ้าพระยา”

ห้องแถว ชุมชนริมน้ำที่มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม คือหันหลังให้คลองและอาศัยอยู่แบบปัจเจก
ห้องแถว ชุมชนริมน้ำที่มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม คือหันหลังให้คลองและอาศัยอยู่แบบปัจเจก

เราเดินทางกลับพร้อมความเงียบและแดดร้อนยามบ่าย สภาพที่เห็นได้สะท้อนคำถามในใจของเราคล้ายกัน คิดถึงอนาคตอันใกล้ข้างหน้า แม่น้ำเจ้าพระยาของเราอาจจะได้ชื่อว่าเป็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็เป็นได้

26 ความคิดเห็น