ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

แถลงการณ์ฉบับที่ 5 เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่



เรื่อง ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุดเพื่อคุ้มครองฉุกเฉิน ต่อโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของถนนหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์)

28 กรกฎาคม 2553
นครราชสีมา, ประเทศไทย — สืบเนื่องจากโครงการขยายผิวจราจรถนนหมายเลข 2090 ( ถนนธนะรัชต์ ) จาก 2 เลนเป็น 4 เลน เพื่อขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ของกรมทางหลวง และได้รับการคัดค้านจากเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้ ครม.มีมติยับยั้งการก่อสร้างไว้และให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศน์สองข้างทางเพื่อนำเสนอให้ ครม.พิจารณาเสียก่อน แต่การณ์ปรากฏว่า กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ปล่อยปละละเลยให้เกิดทางต่างระดับของถนนที่ขยายค้างคาอยู่ และปราศจากการป้องกันอันตรายที่มากเพียงพอ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรไปมา ทั้งในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เกิดความเสี่ยงภัยจากอุบัติเหตุเนื่องจากการใช้ถนนเส้นนี้

ในที่สุด อุบัติเหตุและอันตรายก็เกิดขึ้นจริง มีประชาชนหลายรายได้ประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกัน ตกข้างถนนต่างระดับ หรือชนกับรถบรรทุกเล็ก ฯลฯ บาดเจ็บสาหัสมากน้อยตามๆกัน เครือข่ายประชาชนฯ และ พี่น้องในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง จึงได้รวบรวมภาพถ่ายอุบัติเหตุและความเดือดร้อนทั้งมวล เพื่อนำฟ้องร้องขอความเมตตาจากศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้ศาลได้พิจารณาวินิจฉัยและมีคำสั่ง ให้ “รัฐบาล กรมทางหลวงและผู้เกี่ยวข้อง ยุติการก่อสร้างถนนหมายเลข 2090 โดยทันที และ ให้มีการปรับระดับผิวจราจรของถนนที่ถูกขยายไปจนกลายเป็นถนนต่างระดับ และมีกองวัสดุต่างๆกองระเกะระกะอยู่ตามสองข้างทาง นั้น ให้กลับมามีระนาบของถนนอยู่ในระดับเดียวกันโดยทันที พร้อมกับจัดการเก็บวัสดุทั้งหลายที่จะก่ออันตรายต่อการสัญจรไปมาของประชาชน รวมทั้งสตรีและเด็ก ให้เรียบร้อยจนเกิดความปลอดภัยอย่างแท้จริง “

นอกจากนี้ ณ เวลานี้ รัฐบาลยังไม่มีท่าทีว่าจะดำเนินการเรื่องแผนฟื้นฟูอย่างรีบด่วน ทั้งๆที่ประชาชนเสี่ยงภัยต่อการได้รับอันตรายดังกล่าวข่างต้นมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว จึงขอเรียกร้องให้ รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงแก่ประชาชนว่า รัฐบาลจะดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศน์อย่างไรและทำให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยอย่างไร รวมทั้งความล่าช้าของกรมทางหลวงและผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการตามประกาศิตของนายกรัฐมนตรีและมติของ ครม. ในเรื่องนี้ อนึ่ง ในขณะที่ประเทศยังไม่พ้นจากวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาและและวิกฤตการณ์เหล่านั้นยังคงดำรงอยู่ นักการเมืองในซีกรัฐบาลก็ยังเดินหน้าผลักดัน โครงการที่อาจจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศน์หลายโครงการ ทั้งโครงการเขื่อนแม่โสมงที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โครงการเหล็กต้นน้ำที่จันทบุรี โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือโครงการสร้างถนนขึ้นสู่อุทยานลุ่มน้ำเข็ก เป็นต้น

พวกเราเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ จึงขอประกาศเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศถูกทำลายล้าง สร้างหายนะโลกร้อน อย่างต่อเนื่องอีกต่อไป ขอให้ประชาชนออกมาร่วมมือกันทั้งประเทศเพื่อทำการปกป้อง พิทักษ์รักษา ผืนป่า ต้นน้ำ ท้องทะเล ป่าชายเลน และอากาศ ให้สามารถตกทอดไปเป็นมรดกของลูกหลานไทยในอนาคตให้ได้




เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ 32 องค์กร
มูลนิธิเขาใหญ่
กองทุนวิจัยช้าง มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
กรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สมาคมต่อต้านโลกร้อน
19 กรกฎาคม พ.ศ.2553

คลิกที่นี้เพื่ออ่านคำบรรยายความทุกข์และความเดือดร้อน

 

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ said,

    ผมเห็นด้วยคับที่มีการ รณรงค์แบบนี้ รู้สึกดีจิงๆคับ
    แต่บางครั้งผมก็ยังรู้สึกแย่อยู่ในความยินดีแบบนี้ สาเหตุนั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะผมรู้สึกขุ่นๆในใจตลอดเวลาว่า "ทำไมเราถึงมัวแต่นั่งยินดี แทนที่จะออกไปลงมือทำให้มันน่ายินดีมากขึ้นไปอีก" ผมยอมรับเลยว่าผมรู้สึกว่า เหมือนรัฐบาลของประเทศไทยเรา ยังมีการสนับสนุนในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ดีพอ หรือไม่มากพอ คือผมอาจจะตกข่าวหรือหลังเขา อันนี้ผมก็อาจจะเป็นอย่างงั้น แต่เท่าที่ผมรู้สึก และเห็นมา ผมรู้สึกแบบนั้นจิงๆคับผมมองว่า อาจจะเป็นเพราะว่า ไทย เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา ดังนั้นการทำอุตสาหกรรมต่างๆ การเจริญเติบโตของธุรกิจต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก แต่ผมก็ยังอยากรู้เหลือเกินว่า ทำไมเราถึงไม่ให้ความสำคัญแก่ธรรมชาติบ้าง ถ้าถามว่าระหว่าง วิกฤตการณ์จากธรรมชาติ กับเศรษฐกิจ แบบไหนจะรุนแรงกว่ากันสำหรับผมแล้ว ผมมองว่า ธรรมชาติแน่นอน ง่ายๆคับ ถ้าเกิดวิกฤตการณ์ธรรมชาติแล้ว มันส่งผลถึงวิกฤตการณ์เศรษฐกิจมั้ยล่ะคับ ก็นั่นแหล่ะคับ ถ้าเราดูต่างประเทศที่เขาเจริญกันแล้ว เราจะเห็นว่าเขากำลังรณรงค์เรื่องนี้อยู่กันมากพอสมควรนะคับ แต่สำหรับผมแล้วผมก็ยังรู้สึกว่าพวกเขาก็ยังรณรงค์ไม่มากพอ แต่เขาก็พยายามที่สุดแล้วล่ะคับ ผมเข้าใจว่า ปัญหาแบบนี้อ่ะคับ มันยังไม่ถูกยกระดับให้เป็นปัญหาระดับโลกแบบที่เห็นในหนังบางเรื่องกันอ่ะคับ(เรื่องอะไรก็คงจะรู้ดีนะคับ)แต่อยากจะถามว่า จะรอให้มันเป็นเหมือนในหนังก่อนเหรอคับ ถึงจะยกให้มันเป็นปัญหาระดับโลกในทันที แบบนั้นคงจะไม่สมควรมั้งคับ ผมว่าทางที่ดีแล้วเนี่ย เราควรจะเริ่มแก้ปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆแล้วล่ะคับพยายามหลายๆทาง เช่น สมมุตว่าด้านกฎหมาย ก็อาจจะออกกฎว่า บ้านทุกหลังควรจะมีพื้นที่ปลูกต้นไม้ ไม่น้อย 30% ของพื้นที่ทั้งหมด ถ้าเป็นพวกหอพักก็อาจจะเป็น 10-20% ก็ว่ากันไป อะไรอย่างงี้แหล่ะคับ ช่วยๆกันแก้ไปคับ ทุกคนก็คงจะเห็นแล้วใช่มั้ยคับ ว่าธรรมชาติในทุกวันนี้มันเข้าขั้น วิกฤติ! คับ มันยากที่จะคาดเดาแล้วคับ
    เลยอยากจะวอนขอรัฐบาลทุกประเทศร่วมมือกันส่งเสริมให้ทุกประเทศทั่วโลกช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมกันต่อๆไปคับ โปรดอย่ามองข้ามเลยคับ หลายคนเมื่ออ่านมาถึงขนาดนี้แล้วก็อาจจะแย้งว่า "ก็เห็นมันมีคำทำนาย ว่าโลกจะแตกหนิ ทำไปก็เปล่าประดยชน์ อยู่ไปวันๆเนี่ยแหล่ะยังไงโลกก็แตกอยู่ดี" โอเคคับ ผมไม่ว่า แต่ผมมองว่า คนที่เขาทำนาย หรือพระเจ้าศาสนาใดๆ รวมไปถึงพระพุทธเจ้า ของเราที่ได้ทำนายไว้ ผมมองว่าท่านทำนายไว้เพื่อให้เรา ตระหนักว่า "ปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้กลุ้ม" คืออย่างน้อยถ้าโลกมันจะแตกจิงๆแบบไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ก็ให้คิดซะว่า "เราทำดีที่สุดแล้ว" ผมจะบอกง่ายๆคับว่า ถ้าเราไม่เร่งช่วยกันแก้ปัญหาซะตอนนี้ โอเคคับ คำทำนายก็จะสมบูรณ์ตามที่ได้ว่าไว้คับ ว่า "โลกแตก"ดังนั้นผมอยากจะฝากบอกทุกคน ไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่คนทั้งโลกอ่ะคับ ว่าเราลองหันมาแก้ปัญหาธรรมชาติที่ทุกวันนี้มีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กันดีมั้ยคับ อย่างน้อยที่สุดเราก็จะได้อยู่บนโลกที่สมบูรณ์แบบและแก้ปัญหาอื่นๆต่อไป แต่ถ้าเรามองข้ามไป ไม่แน่ ในวันข้างหน้าเราอาจจะไม่มีอะไรให้แก้แล้วก็เป็นได้นะคับ เพราะทุกสิ่งมัน ดับสูญ!...

    สุดท้ายนี้ ขอกราบขอโทษด้วยคับ ที่นอกประเด็น แต่นี่คือ หนึ่งความคิดคับ

    on ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๓, ๑๕:๔๕  


  2. โลกจะคงอยู่ได้ เพราะพวกเราช่วยกัน หากแต่ตอนนี้ คนที่รัก และคนที่ทำลาย หากแต่คนที่ทำลาย ยังมีเทียบเท่ากับคนที่รัก หรือ..อาจจะมากกว่า วันนี้ ยังไม่สายที่พวกเราจะมาช่วยกันรักษาไว้ซึ่งสมดุล รักษาโลกใบนี้ไว้ให้ลูกหลานของเรา ได้อยู่ไปจนวันข้างหน้า จนตลอดไป

    on ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓, ๗:๒๔  


แสดงความคิดเห็น