ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

วิถีชุมชนริมคลองที่ซุกซ่อนในเมืองใหญ่... คลองพระยาราชมนตรี คลองสนามชัย และคลองดาวคะนอง



1 มิถุนายน 2553

ช่วงก้าวข้ามผ่านช่วงที่ร้อนและแล้งที่สุดของปี เริ่มเช้านี้ด้วยฝนปรอยๆ อากาศกำลังสบาย ทำให้ทุกคนกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษในการสำรวจคลอง ไม่ต้องอยู่กลางแดดดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา ทีมหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำและอาสาสมัครเดินทางมายังฝั่งธนบุรีห่างจากกรุงเทพมหานครไม่กี่กิโลเมตรมุ่งหน้าสู่ตลาดบางแค เป็นตลาดสดที่อยู่ติดกับ “คลองราชมนตรี” ตลาดสดแห่งนี้รายรอบไปด้วยบ้านเรือนริมคลองที่ดูสบายๆ อาศัยอยู่เป็นชุมชน ในคลองมีเรือจอดเรียงรายอยู่ซึ่งบ่งบอกว่าคลองบริเวณนี้ “มีชีวิต” ไม่ได้เป็นที่คลองรับน้ำเสียที่มีสภาพไม่ต่างจากท่อระบายน้ำเหมือนคลองอื่นๆ ในเมือง

คลองราชมนตรีบริเวณตลาดบางแค มีบ้านเรือนตั้งอยู่หนาแน่น
คลองราชมนตรีบริเวณตลาดบางแค มีบ้านเรือนตั้งอยู่หนาแน่น

ใต้สะพานบริเวณตลาด ยังมีปลาอยู่ชุกชุม
ใต้สะพานบริเวณตลาด ยังมีปลาอยู่ชุกชุม

เรามุ่งหน้าไปที่จุดลงเรือที่ได้นัดแนะกับ “คุณสมพร” คนขับเรือนำเที่ยว ผู้ที่ช่ำชองในเส้นทางต่างๆ และอยู่กับคลองในบริเวณนี้มาตั้งแต่เกิด เราเริ่มต้นการสำรวจจากคลองราชมนตรี สิ่งที่สัมผัสได้จากคลองนี้คือกลิ่นอายของวิถีชุมชนริมคลองที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองใหญ่ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นตลอดลำคลองเล็กๆที่ทอดยาวผ่านบ้านเรือน วัด และชุมชนมากมายก่อนไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา คุณภาพน้ำในคลองนี้แม้จะไม่สะอาดเหมือนอดีตที่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ ปัจจุบัน เด็กๆ ก็พอจะอาศัยกระโดดเล่นน้ำได้ เป็นสนามเด็กเล่น และที่เรียนรู้ธรรมชาติของเด็กที่อาศัยอยู่ตามริมน้ำ

ลักษณะสวนริมคลอง
ลักษณะสวนริมคลอง

ลักษณะบ้านไทยริมคลอง มีใต้ถุนสูง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของบ้านทรงไทยและบ้านริมน้ำ
ลักษณะบ้านไทยริมคลอง มีใต้ถุนสูง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของบ้านทรงไทยและบ้านริมน้ำ

ลักษณะบ้านไม้แบบเก่าที่มีอยู่ทั่วไปริมคลอง
ลักษณะบ้านไม้แบบเก่าที่มีอยู่ทั่วไปริมคลอง

คุณสมพรเล่าว่าคลองราชมนตรีเป็นคลองเชื่อมต่อกับคลองซอยต่างๆ ซึ่งล้วนใช้เป็นคลองสัญจรและแลกเปลี่ยนสินค้าในสมัยที่ยังไม่มีถนนลาดยางเหมือนในปัจจุบัน คลองในอดีตเป็นเหมือน “ถนนหน้าบ้าน” จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมบ้านเรือนทุกหลังยังหันหน้าเข้าหาคลอง สวนผลไม้ เช่น กล้วย มะพร้าว และมะม่วง ยังคงมีให้เห็น ต้นไม้น้อยใหญ่เขียวชอุ่มเย็นตาสร้างร่มเงาระหว่างการเดินทางในคลอง

ถนนหน้าบ้าน
ถนนหน้าบ้าน

บ้านสมัยก่อนส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้ ส่วนใหญ่มีต้นไม้หน้าบ้าน หลายหลังใหญ่โตสวยงาม แสดงให้เห็นถึงว่าสมัยก่อนนั้นผู้มีฐานะจะมีบ้านและที่ดินริมคลอง
บ้านสมัยก่อนส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้ ส่วนใหญ่มีต้นไม้หน้าบ้าน หลายหลังใหญ่โตสวยงาม แสดงให้เห็นถึงว่าสมัยก่อนนั้นผู้มีฐานะจะมีบ้านและที่ดินริมคลอง


ปัจจุบันผู้คนยังคงมีการสัญจรโดยใช้เรืออยู่บ้าง แต่เทียบไม่ได้กับสมัยก่อนเลย ที่ถึงขนาดว่าการจราจรติดขัดในคลอง แน่นจนไม่มีทางไป ใครจะไปเชื่อว่าในยุคสมัยที่ทุกอย่างเร่งรีบ การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-mail ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่กระพริบตาสามทีก็ถึงผู้รับ จะยังมีเรือไปรษณีย์ลำน้อยติดเครื่องยนต์เล็กๆเดินทางส่งความคิดถึงและสารต่างๆสู่ผู้คนชุมชนริมน้ำแห่งนี้

เส้นทางสัญจรที่รวดเร็ว ไม่มีการจราจรติดขัด สามารถเข้าถึงบ้านริมคลองได้สะดวก
เส้นทางสัญจรที่รวดเร็ว ไม่มีการจราจรติดขัด สามารถเข้าถึงบ้านริมคลองได้สะดวก


อาจจะเพราะฝนเพิ่งตกจึงทำให้น้ำดูไม่ขุ่น แต่จะก็มีขยะและสวะลอยมาประปราย จากการสอบถามและสังเกตดู พบว่าบางบ้านก็ยังมีการโยนขยะลงคลองด้วยความมักง่าย และเนื่องจากถนนเข้าไม่ถึงจึงไม่รู้จะแบกขยะออกไปอย่างไร (แม้จะมีเรือขยะมาเก็บ แต่ก็ไม่ทันใจ และต้องเสียเงินค่าเก็บขยะ) ขยะมีให้เห็นมากขึ้นเมื่อเราเดินทางไปถึงคลองอื่นๆ ที่น้ำเน่าสกปรกและบ้านเรือนดูเหมือนเป็นชุมชนเสื่อมโทรม แซมด้วยตึกแถว และโรงงานขนาดเล็ก

ถุงขยะที่รอการเก็บโดยหน่วยงานท้องถิ่น
ถุงขยะที่รอการเก็บโดยหน่วยงานท้องถิ่น

เราเดินทางทะลุผ่านไปยังคลองบางเชือกหนัง คลองบางกอกใหญ่ คลองชักพระ ที่เชื่อมต่อกันสภาพชุมชนยังคงดำเนินไปอย่างเนิบนาบแบบเดิม ก๋วยเตี๋ยวเรือ เรือขายไก่ย่างควันฉุย ยังคงมีให้เห็น วัดวาอารามที่ดูห่างไกลกันหากเดินทางด้วยถนน

เรือขายอาหารริมคลอง ซึ่งขายตั้งแต่เช้ายันเย็น สร้างรายได้พอเพียงสำหรับแม่ค้า
เรือขายอาหารริมคลอง ซึ่งขายตั้งแต่เช้ายันเย็น สร้างรายได้พอเพียงสำหรับแม่ค้า

แต่เมื่อเรานั่งเรือไปตามคลองที่ห่างกันไม่กี่คุ้งน้ำเท่านั้นเอง การเดินทางที่รื่นรมย์ต้องสะดุดเมื่อเราเดินทางมาถึง “คลองสนามชัย” บริเวณเขตจอมทอง กลิ่นเหม็นเหม็นลอยแสบจมูกชวนเวียนหัวของน้ำเริ่มก่อกวนความสวยงามสองฝั่งคลอง จากการสอบถามคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำพบว่า น้ำที่เน่าเสียบริเวณนี้เกิดจาก โรงงานต่างๆ อาทิ โรงงานย้อมผ้า ฟอกหนัง ชุบเหล็ก และอื่นๆ อีกมากมายปล่อยน้ำเสียลงมา อีกทั้งคลองเล็กคลองน้อยที่รับน้ำเสียมาจากแหล่งต่างๆ รวมถึงโรงงานขนาดเล็กที่มีอยู่ค่อนข้างหนาแน่นที่มีจนถึงสมุทรปราการบริเวณสุขสวัสดิ์ คลองเล็กๆ เหล่านี้ก็รับน้ำเสียและไหลลงมาสู่คลองสนามชัย

คุณลุงซึ่งเป็นคนดั้งเดิมอาศัยอยู่ริมคลองสนามชัย ชี้นิ้วบอกทางไปโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียสีขาวขุ่นมีกลิ่นฉุน คุณลุงบอกว่าโรงงานเป็นสาเหตุหลักของปัญหามลพิษทางน้ำและสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนมานับสิบปี
คุณลุงซึ่งเป็นคนดั้งเดิมอาศัยอยู่ริมคลองสนามชัย ชี้นิ้วบอกทางไปโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียสีขาวขุ่นมีกลิ่นฉุน คุณลุงบอกว่าโรงงานเป็นสาเหตุหลักของปัญหามลพิษทางน้ำและสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนมานับสิบปี


โรงงานเรียงรายริมคลองสนามชัย น้ำมีสีดำสนิทและมีกลิ่นเหม็นชวนเวียนหัว ส่วนล่างซ้ายมือของภาพเป็นคลองย่อยซึ่งนำพาน้ำเสียจากทั้งโรงงานและบ้านเรือนบริเวณอื่นๆ ไหลมารวมสู่คลองนี้
โรงงานเรียงรายริมคลองสนามชัย น้ำมีสีดำสนิทและมีกลิ่นเหม็นชวนเวียนหัว ส่วนล่างซ้ายมือของภาพเป็นคลองย่อยซึ่งนำพาน้ำเสียจากทั้งโรงงานและบ้านเรือนบริเวณอื่นๆ ไหลมารวมสู่คลองนี้


ท่อน้ำทิ้งของโรงงานที่หลบตามพุ่มไม้
ท่อน้ำทิ้งของโรงงานที่หลบตามพุ่มไม้

คุณสมพรเล่าให้ฟังต่อว่า สมัยก่อนเมื่อสามสิบปีที่แล้วคลองนี้ยังสะอาด ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้ไว้กิน เหลือก็นำมาขายหรือแลกกัน มีทั้งร้านค้าและมีเรือมากกว่า 50 ลำ มาจอดบริเวณนี้ สมัยนั้นเรียกว่า “ท่าน้ำธงเหลือง” แต่ปัจจุบันเมื่อความเจริญเข้ามาตามถนน ร้านค้าชาวคลองบ้างส่วนถูกไฟไหม้ ตลาดเงียบ ที่ทางบริเวณนี้ราคาแพงขึ้นเรื่อย บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม สนามกอล์ฟ และโรงงานขนาดเล็กเริ่มเข้ามาทำลายบรรยากาศของชุมชน คลองซอยสายเล็กๆไม่ต่างอะไรกับท่อระบายน้ำของคนเมือง คนที่เรียกตัวเองว่า “ผู้เจริญแล้ว”

เรือขายผักและอาหาร เหลืออยู่ไม่มากในลำคลอง คุณยายขายของยากขึ้นและต้องพายเรือไกลขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการซื้อของบ้านเรือนริมคลองเปลี่ยนไป และมีการย้ายถิ่นฐานเนื่องจากมลพิษ
เรือขายผักและอาหาร เหลืออยู่ไม่มากในลำคลอง คุณยายขายของยากขึ้นและต้องพายเรือไกลขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการซื้อของบ้านเรือนริมคลองเปลี่ยนไป และมีการย้ายถิ่นฐานเนื่องจากมลพิษ

ล่องย้อนกลับมาสู่คลองดาวคะนอง คลองใหญ่ที่เชื่อมต่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขยะน้อยใหญ่ สภาพน้ำขุ่นข้นสีน้ำตาลอ่อน ไหลผ่านเรือของพวกเรา มีกลิ่นเหม็นลอยมาบ้างแต่ก็ไม่เหม็นเน่าเหมือนคลองสนามชัย ริมคลองพบโรงงานเล็กๆเรียงราย ตึกแถวสถาพเสื่อมโทรม และยังเห็นน้ำทิ้งสีดำสนิทเหม็นน้ำมันออกจากรางที่หลบสายตาระบายลงคลองแห่งนี้ ดูจากลักษณะน้ำก็พอจะเดาได้ว่าเป็นน้ำทิ้งจากโรงงานฟอกย้อม

โรงงานฟอกย้อมที่ต่อท่อปล่อยลงสู่คลองดาวคะนอง บริเวณห่างจากปากคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 1 กิโลเมตร
โรงงานฟอกย้อมที่ต่อท่อปล่อยลงสู่คลองดาวคะนอง บริเวณห่างจากปากคลองเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 1 กิโลเมตร

ป้ารัชนีอาศัยวิ่งเรือนับจ้างในคลองดาวคะนองเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนน้ำสะอาดกว่านี้มาก แต่เมื่อมีหมู่บ้านจัดสรร อาคารพานิช และโรงงานเข้ามา สภาพน้ำในคลองก็เปลี่ยนไป ชาวบ้านร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน เหมือนป้ายการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของรัฐที่ไม่มีการปรับปรุงข้อมูลมานานมากแล้ว

ป้ารัชนีกล่าวอย่างเผ็ดร้อนถึงโรงงานที่ปล่อยน้ำและสร้างปัญหาให้กับทั้งตัวเองและทุกๆคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ

ป้ารัชนีกล่าวอย่างเผ็ดร้อนถึงโรงงานที่ปล่อยน้ำและสร้างปัญหาให้กับทั้งตัวเองและทุกๆคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ

ป้ายการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของรัฐที่ไม่มีการปรับปรุงข้อมูล
ป้ายการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของรัฐที่ไม่มีการปรับปรุงข้อมูล

นั่งเรือผ่านมายังคลองบางหลวง บริเวณชุมชนคูหาสวรรค์ หรือตลาดกำแพง บ้านไม้ห้องแถวแบบโบราณแต่สะอาดตา เป็นที่ดึงดูดของผู้คนที่ผ่านไปมายิ่งนัก เรือนไม้ตกแต่งด้วยภาพถ่ายในอดีต และภาพเขียนของศิลปินกลุ่มหนึ่งที่หนีความวุ่นวายมาสร้างสรรค์งานศิลปะ ณ ริมน้ำแห่งนี้ และยังชักชวนให้ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์คลองหน้าบ้านไม่ให้ทิ้งขยะลงน้ำอีกด้วย แต่น่าเสียดายสมัยก่อนถ้าน้ำสะอาดกว่านี้ชุมชนนี้คงเป็นชุมชนที่สวยมาก

บ้านไม้ห้องแถวแบบโบราณในคลองบางหลวง หยุดพักกินน้ำชากาแฟ ชมงานศิลปะ
บ้านไม้ห้องแถวแบบโบราณในคลองบางหลวง หยุดพักกินน้ำชากาแฟ ชมงานศิลปะ

ภาพเขียนสีน้ำทิวทัศน์ริมคลองบางหลวง
ภาพเขียนสีน้ำทิวทัศน์ริมคลองบางหลวง

คุณยายเชื้อสายจีนที่นั่งเล่นอยู่ริมคลองหน้าบ้านเล่าให้ฟังว่า “ฉันอยู่ชุมชนนี้มา 60 ปีแล้ว เมื่อก่อนน้ำตรงนี้กินได้เลยนะ ตักขึ้นมาใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มแกว่งก้อกินได้แล้ว แต่เดียวนี้ไม่กล้ากิน อะไรต่อมิอะไรทุกคนก็ทิ้งลงน้ำ” คุณยายเล่าให้ฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย

คุณยายริมน้ำ
คุณยายริมน้ำ

บ้านเรือนสมัยใหม่หันหลังให้คลองมิหนำซ้ำยังต่อท่อตรงคาดว่าไม่ได้รับการบำบัดใดๆทั้งสิ้นระบายทุกสิ่งอย่างสู่สายน้ำ ภาพเหล่านี้เหมือนแทบม้วนเดิมที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาผ่านสายตาของพวกเรา ตั้งแต่คลองสนามชัย และคลองดาวคะนอง เราเดินทางตามสายน้ำสีน้ำตาลที่ปนเปื้อนด้วยความเจริญของอุตสาหกรรมในยุคบริโภคนิยม จนถึงปากคลองดาวคะนองและแน่นอนที่สุดคือน้ำและสิ่งปฏิกูลต่างๆมาลงที่เพื่อนรักของเราเช่นเคย “แม่น้ำเจ้าพระยา”

ห้องแถว ชุมชนริมน้ำที่มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม คือหันหลังให้คลองและอาศัยอยู่แบบปัจเจก
ห้องแถว ชุมชนริมน้ำที่มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม คือหันหลังให้คลองและอาศัยอยู่แบบปัจเจก

เราเดินทางกลับพร้อมความเงียบและแดดร้อนยามบ่าย สภาพที่เห็นได้สะท้อนคำถามในใจของเราคล้ายกัน คิดถึงอนาคตอันใกล้ข้างหน้า แม่น้ำเจ้าพระยาของเราอาจจะได้ชื่อว่าเป็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็เป็นได้

 

26 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ said,

    แม่น้ำเจ้าพระยาของเราอาจจะได้ชื่อว่าเป็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็เป็นได้ ไม่ต้องรออนาคตหรอก ขณะนี้ก็เป็นท่อระบายน้ำที่ใหญ่ที่สุดแล้ว

    on ๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๖:๒๑  


  2. ไม่ระบุชื่อ said,

    แล้วเราจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไรที่จะไม่ให้กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรของเรามีท่อระบายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ชื่อแม่น้ำดจเาพระยาคะ?

    on ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๒:๔๕  


  3. webmaster said,

    ได้ส่งตัวอย่างน้ำไปถึงห้องทดลอง มหาวิทยาลัย Exeter ประเทศอังกฤษแล้ว ดร. เควิน บริดเดน นักวิทยาศาตร์ กรีนพีซสากล และทีมงานกำลังทดสอบตัวอย่างน้ำจากประเทศไทยที่ เก็บมาจากคลองที่ไหลลงสู่แม่ น้ำเจ้าพระยา และน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เรากำลังหาสารเคมีที่เป็นพิษ โลหะหนัก และมลพิษประเภทสารอินทรีย์ เพื่อที่จะชี้ว่าสารประเภทไหนบ้างที่ถูกปล่อยลงในแหล่งน้ำ

    เมื่อเราได้ตัวอย่างน้ำเหล่านี้มา เราก็จะนำไปผ่านกระบวนการทดสอบเพื่อหาสารเคมีปนเปื้อน ขณะนี้เรากำลังทดลองอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะได้ผลทดสอบภายในประมาณหนึ่งเดือน

    ดูคลิปรายละเอียดในห้องทดลอง
    http://www.youtube.com/greenpeacethailand#p/a/u/0/1l0GfCQn7VM

    on ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๓:๒๖  


  4. ไม่ระบุชื่อ said,

    วิธีแก้ไขไม่ยากเท่าการสร้างจิตสำนึก ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน

    on ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๒๓:๐๓  


  5. ไม่ระบุชื่อ said,

    จริงๆ คนทำโรงงานและคนที่ปล่อยน้ำเสียลงน้ำนั้น รู้อยู่แล้วว่า จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง แต่ความเห็นแก่ตัวทำให้พวกเขาไม่ใส่ใจ คนในโรงงานหรือเจ้าของโรงงาน เขาไม่ได้อาศัยอยู่ในบริเวณที่ปล่อยน้ำเสีย
    บางคนอยู่ในอาคารหรือคอนโดซึ่งอยู่สูงจากแหล่งน้ำ เลยไม่รู้สึกว่าตัวเองเดือดร้อน

    การแก้ปัญหาคงอยู่ที่ ทำยังไงให้หน่วยงานของรัฐเห็นความสำคัญและลงมือทำเสียที

    เห็นสภาพแล้วกลุ้มใจแทนชาวบ้านริมคลองจริงๆ

    on ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๒๓:๔๕  


  6. ผมคิดว่า สาเหตุหลักน่าจะเกิดจากการขาดสามัญสำนึกของคนนะ จึงทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย

    on ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๑:๓๑  


  7. ไม่ระบุชื่อ said,

    เราทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแลแม่น้ำลำคลองอย่างจริงจังและทุกคนในพื้นที่ต้องรู้จักรักบ้านเกิดของตัวเอง และเริ่มจากตัวเราเอง ที่รู้จักทิ้งขยะให้เป็นที่ ถ้าเราทำได้ก็จะทำให้บ้านเมืองหน้าอยู่มากกว่านี้ ค่ะ มาเริ่มกันเลยตอนนี้ น่ะค่ะ ขอบคุณมากๆๆๆๆ ค่ะ

    on ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๒:๔๗  


  8. ไม่ระบุชื่อ said,

    เราควรเห็นคุณค่าของแม่นำลำคลองกันมากๆหน่อยนี่เป็นสิ่งมีคุณค่าของเราทุกคนต้องใช้น้ำและนี่เป็นสายน้ำ สายประวัติศาสตร์ของเรา

    on ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๐๙:๒๐  


  9. ไม่ระบุชื่อ said,

    โลกปัจจุบันเปลี่ยนไป แต่จิตใจคนเสื่อมลง เพราะความมักง่าย และเห็นแก่ตัว เห็นแกประโยชน์ของตนเองเพียงอย่างเดียว...

    on ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๕:๔๐  


  10. ไม่ระบุชื่อ said,

    รัฐบาลควรจะต้องจริงจังกับการควบคุมดูแลโรงงาน,สถานที่พักอาศัย,บ้านเรือน,คอนโด ฯลฯ ให้มีการบำบัดน้ำให้อยู่ในคุณภาพที่ดีก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง ควรจะทำอย่างที่ต่างประเทศเขาทำ ควรจะทำเพราะจิตสำนึกรักบ้านเมือง ถ้าต่างประเทศทำได้ ประเทศเราก็ต้องทำได้

    on ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๒๒:๒๒  


  11. ไม่ระบุชื่อ said,

    คนทุกวันนี้ห่วงเรื่องปากท้องของตนเองและครอบครัว มากกว่าจะห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบตัว รวมทั้งรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีการรณรงค์,ปลูกฝัง,ให้ความรู้,มีมาตรการที่แน่นอนจัดการผู้กระทำผิด ไม่เห็นมีข่าวการจับกุมโรงงานปล่อยน้ำเสียสักราย มีแต่ข่าวปลาตายโดยไม่ทราบสาเหตุ คาดว่าน่าจะมาจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม จบข่าว

    on ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๒๒:๒๗  


  12. Love Thailand said,

    อีกหลายประเทศเขาไม่มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านเหมือนประเทศเรา เขาก็ยังอุสาต์สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอ๊อกซิเจนของประเทศ คนในประเทศเรามีทรัพยากรที่ดีอยู่แล้วยังไม่ช่วยกันดูแลรักษา...น่าสงสารอนาคตของลูกหลานเรา

    on ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๐:๐๔  


  13. เชื่อว่าแก้ไขไม่ได้ในเจนเนอเรชั่นนี้ค่ะ แต่คนเจนนี้ ที่เป็นผู้นำเอากฏหมายมาใช้ต้องลอกแบบประเทศจีน ที่ไล่ออก (ทันที) ราชการที่เพิกเฉย (ทุกๆสิ่่งอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำ)แต่รัฐบาลไทย(ทุกคน ทุกยุค ทุกสมัย และคงตลอดไป...อ่อนระทวยกับเรื่องพวกนี้เกินไป เกินไปจดดิฉันหมดหวังมานานแล้วค่ะ

    on ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๐:๒๗  


  14. amie said,

    อยากให้ลองดูเรื่องที่ง่ายๆ เช่น ขยะจากบ้านเรือนที่ลอยอยู่ในน้ำ น่าจะรณรงค์สามัญสำนึก หรือมีโครงการช่วยช้อนขยะในน้ำบ้างนะค่ะ

    หรือให้รณรงค์ให้ทางรัฐทำท่อน้ำทิ้งตามแม่น้ำให้กับชุมชมตามคลอง ไปบำบัดก่อนปล่อยลงแม่น้ำ

    on ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๐:๓๑  


  15. ไปประเทศญี่ปุ่นทุกปี ได้เห็น (เป็นสิ่งที่ปะเทศไทยทำได้ ง่ายๆ....) คือทางระบายน้ำที่ผ่านทุกๆบ้าน ทุกๆถนน ทุกๆซอย เป็นรางคอนกรีต น้ำ....ที่เป็นน้ำผ่านการบำบัด (คิดว่าคงเป็นถังบำบัดที่ทุกบ้านต้องมี คาดว่าเป็นกฏหมายที่เมื่อสร้างบ้าน บังคับว่าต้องติดตั้งถังบำบัดตรงปลายท่อที่ระบายน้ำไปลงรางสาธารณะ) ใสเหมือนน้ำดีๆบ้านเรา อิจฉามากค่ะ

    on ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๐:๓๒  


  16. ไม่ระบุชื่อ said,

    เมื่อได้ผลการทดสอบแล้ว ทาง Greenpeace เห็นว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เืพื่อที่จะให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ....ยินดีสนับสนุนค่ะ

    on ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๒:๐๙  


  17. ไม่ระบุชื่อ said,

    I recommend a strict law enforcement to those factories and the water quality improvement should be included as an index for the performance measurement of the responsible district.

    on ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๖:๔๒  


  18. ไม่ระบุชื่อ said,

    หากว่าสมัยก่อนเป็นเยี่ยงไร สมัยนี้ก็น่าที่จะดำเนินตามครรลองนั้นๆ ทว่าสิ่งดีมิเกิด เกิดตามแต่สิ่งที่เรียกว่าปัจจุบัน ถ้ามันยากที่จะแก้ มิต้องหาหนทาง ถมคลองกันเลยรึ ถ้านี่เป็นความคิดเห็นของคนปัจจุบัน นั่นแสดงให้เห็นถึงอนาคตอันแล้งแค้นที่จะบังเกิในอีกมิช้า....

    on ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๒:๔๗  


  19. ไม่ระบุชื่อ said,

    โครงการบำบัดนำเสียของรัฐบาลไปไหน เกาหลี ญี่ป่นนำในคลองเล็กๆๆยังใสสะอาด ออกจากบ้านก็สะอาด ทำได้อย่างไร รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง เลือกคนนี้ให้เป็นนายกตลอดชีพเลย บ้านเมืองสวยสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย จิตใจคนนี้ น่าอยู่อบอุ่น ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขแบบพอเพียงทะเยอทะยานบ้างเล็กน้อย โอ๊ยสุขจังเลย

    on ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๒:๓๓  


  20. ขอบคุณที่ส่งข้อมูลที่มีค่าต่อชาวโลกตลอดเวลา

    ถ้าหน่วยงาน Green Peace มีจุดมุ่งหมายอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง
    ขอแนะนำนะครับ
    1.ให้ใช้น้ำ อี เอ็ม E M จุลินทรีย์ ที่ในหลวงทรงพระราชทานให้ชาวบ้านทำการเกษตร ใช้บำบัดน้ำเสีย และใส่แทนปุ๋ยเคมี อีเอ็ม มีคุณค่ามหาศาล สามารถทำเองได้ จากเศษผักและอาหาร
    2.แนะนำให้ กทม.ออกกฏหมายขยะ โดยแยกขยะสด ขยะแห้งรีไซเคิล และขยะมีพิษทิ้งทุกๆวันที่ 15และวันที่ 1 ทุกเดือน และออกบทลงโทษอย่างแรง *เอาขยะสดไปทำ น้ำ อีเอ็ม และจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาที่ถูกมากลิตรละ2-5 บาทและต้องมีบทบังคับใช้ทุกบ้านทุกหน่วย 1 ลิตรต่อ
    1 วัน รับรองน้ำในแม่น้ำไม่เน่าคลองไม่เหม็น ใต้ท่อระบายน้ำไม่มีก๊าซ ไข่เน่า ก่อเกิดความร้อนสะสม เกิดมลภาวะ และลดภาวะโลกร้อนได้4-5 องศาแน่นอน และเปลี่ยนพฟติกรรมเมื่อ ไปทำบุญก็ที่วัด ก็ใส่ อีเอ็มลงท่อ น้ำทิ้งคนละ 1 ขวด เท่านี้กรุงเทพฯก็ร่มเย็นทั่วไทย ทำที่ง่ายๆเถอะครับ
    โดยเริ่มจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตฯเอกชน จนถึงส่วนของประชาชน
    นาย ยอดชาย ภูมิประเทศ 089 498 9803 E-mail:geobkk@gmail.com

    on ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ๑๗:๒๑  


  21. ไม่ระบุชื่อ said,

    เซ็ง คนเห็นแก่ตัว

    on ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ๑๓:๐๓  


  22. Teerayoth said,

    ผมคิดว่าหากเราทุกคนไม่ร่วมมือกันแล้วคงสำเร็จอยาก ดังนั้นคงต้องหาองค์กรที่เป็นอิสระ โดยสมาชิกอาจจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ นักเรียน นักศึกษา
    ร่วมกันเรียกร้อง ประจาน อย่างเป็นระบบ เชื่อว่ามีบุคคลที่มีจิตสำนึกที่ดีอีกมากมาย การเดินทางด้วยเรือจะต้องกลับมา ช่วยกันนะครับ

    on ๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ๑๓:๐๕  


  23. ไม่ระบุชื่อ said,

    อย่าว่าแต่ที่กรุงเทพเลย ในเมืองใหญ่ๆ อย่างเช่น เชียงใหม่ โคราช เป็นต้น พ่อเมือง พ่อบ้าน ได้ใส่กันกันหรือเปล่า ...ไม่ทราบว่าเขาทำอะไรอยู่... คิดแล้วเศร้า

    on ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ ๑๐:๑๔  


  24. ไม่ระบุชื่อ said,

    1.กฏหมายมีไว้ทำไมละครับ..
    2.กรมควบคุมมลพิษ..ยังมีอยู่หรือเปล่าครับ..ถ้าอยู่กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชนอยู่หรือเปล่าครับ..ทำอะไรอยู่ .
    3. ออกพรบ.ที่อยู่อาศัยใหม่..บังคับใช้เรื่องบ้านต้องเสียภาษีนำทิ้ง..ควบคุมให้ทีการทำบ่อไขมันของแต่ละบ้าน .และให้ความรู้ต่อเนื่องเกี่ยวกับการเติมนำยา อีเอ็ม ..หรือสารจุลินทรีย์ในนำแก่ประชาชน .
    4. ออกพรบ.เรื่องโรงงานอุตสาหกรรมต้องอยู่ห่างจากบ้านประชาชนเท่าไหร่ ..การบังคับให้มีบ่อนำเสีย ..ถ้าไม่มีก็สร้างเป็นส่วนรวมและเก็บภาษี ..อุ๊บอย่าให้เหมือนศาลาด่านล่ะ ..ค่าโง่แพงมากๆ

    on ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ ๑๑:๕๖  


  25. ไม่ระบุชื่อ said,

    T-T

    on ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ๑๑:๕๒  


  26. ไม่ระบุชื่อ said,

    คนไทยเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ไร้ระเบียบวินัย ไม่ซื้อสัตย์

    on ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ๐๘:๔๑  


แสดงความคิดเห็น