ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

ตรวจบัญชีธนาคารนิวเคลียร์ : 10 อันดับธนาคารพาณิชย์ที่ให้เงินกู้แก่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์

เรียบเรียงโดย ธารา บัวคำศรี าก “Nuclear Bank, No Thanks!” เอกสารรณรงค์เผยแพร่ของ Greenpeace International, Urgewald, Les Amis de la Terre, Antiatom Szene, WISE, Campagna per la Riforma della Banca Mondiale and BankTrack

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่เพียงแต่เป็นการผลิตไฟฟ้าที่สร้างปัญหา มีข้อขัดแย้งและเป็นอันตราย แต่ยังเป็นการผลิตไฟฟ้าที่มีราคาแพงมากที่สุดด้วย การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้งบประมาณหลายแสนล้านบาท ดังนั้น จึงต้องพึ่งพาแหล่งเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์และสถาบันทางการเงินต่าง ๆ เป็นหลัก

ไม่ค่อยมีคนรู้มากนักว่าธนาคารพาณิชย์ระดับโลกทั้งหลายมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับการสนับสนุนทางการเงินต่อโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ส่วนใหญ่ ธนาคารมักจะเปิดเผยแต่ตัวเลขการลงทุนประจำปีในเรื่องพลังงานหมุนเวียน และปกปิดการให้เงินกู้โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้เป็นความลับ การให้เงินกู้ส่วนมากจะเป็นแบบทางอ้อม ผ่านการกู้เงินของบริษัทหรือการออกพันธบัตร เป็นต้น ธนาคารต่าง ๆ จึงค่อนข้างประสบผลสำเร็จจากการปกปิดเรื่องราวการลงทุนเหล่านี้ให้ไปพ้นจากสายตาของสาธารณชน

เพื่อทำให้เรื่องนี้ให้เป็นสาธารณะ กรีนพีซสากลและองค์กรสาธารณะจากเยอรมนี (Urgewald) ฝรั่งเศส (Les Amis de la Terre) ออสเตรีย (Antiatom Szene) เนเธอร์แลนด์ (WISE) และอิตาลี (Campagna per la Riforma della Banca Mondiale) ได้ร่วมกับองค์กร BANKTRACK ได้ทำการเปิดตัวเว็บไซต์ www.nuclearbanks.org ข้อค้นพบจากการศึกษาที่จะนำเสนอในลำดับต่อไป

กลุ่มที่ทำงานวิจัยตอบโจทย์ให้กับเรามีชื่อว่า Profundo เป็นบริษัทที่ปรึกษาอิสระจากเนเธอร์แลนด์ งานวิจัยเน้นพิจารณาการให้เงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ระหว่างปี 2543 ถึงปี 2552 ด้วยเหตุที่การเข้าถึงข้อมูลเป็นอุปสรรคสำคัญ การทำงานจึงย้อนหลังกลับไปดูผู้รับเงินกู้ปลายทาง และเลือกสุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นับตั้งแต่การทำเหมืองยูเรเนียม ไปจนถึงการประกอบแท่งเชื้อเพลิง การก่อสร้างเตาปฏิกรณ์ การดำเนินงานโรงไฟฟ้าและการจัดการกากนิวเคลียร์ จากทุกทวีปบนโลกนี้


 

ตารางแสดงประเภทและผลรวมของธุรกรรมทางเงินระหว่างธนาคารพาณิชย์และอุตสาหกรรมนิวเคลียร์

ประเภท จำนวนธุรกรรมทางการเงิน มูลค่าทางการเงิน (ล้านยูโร)
การออกพันธบัตร 595 92,118
เงินกู้ของบรรษัท 134 66,281
การออกหุ้น 45 6,763
ผู้ถือหุ้น 29 435,000
เงินกู้โครงการ 15 2,189
สินเชื่อหมุนเวียน 6 1,278
ตราสารหนี้ 16 401,000
อื่น ๆ 27 3,004
รวม 867 176,492


จากตาราง เราพบว่า การให้เงินกู้ของธนาคารพาณิชย์โดยตรงในโครงการนิวเคลียร์นั้นมีบทบาทน้อยมาก คิดเป็นร้อยละ 1 ของผลรวมของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด ยกเว้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Cernavoda 2 ในโรมาเนีย การให้เงินกู้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับโครงการที่มีขนาดเล็กกว่า เช่น การทำเหมืองยูเรเนียมและการแปรรูป เป็นต้น

การสนับสนุนเงินทุนในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการออกพันธบัตร (Bond issue) และเงินกู้ของบรรษัท(Corporate loan) ซึ่งคิดรวมกันเป็นร้อยละ 90 ของการลงทุนด้านนิวเคลียร์ทั้งหมดที่ได้ศึกษางานวิจัยชิ้นนี้

อาจมีข้อโต้แย้งว่า เป็นไปได้ยากที่ระบุความเชื่อมโยงระหว่างการออกพันธบัตร (Bond issue) และเงินกู้ของบรรษัท(Corporate loan) กับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใดแห่งหนึ่งได้โดยตรง แต่เราก็เชื่อว่า ธุรกรรมทางการเงินสองประเภทนี้เป็นช่องทางหลักที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ใช้ระดมเม็ดเงินเพื่อลงทุนในโครงการของตน เราจึงเห็นว่า ถึงเวลาที่ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายจะต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้และมีภาระรับผิดชอบต่อบริการทางการเงินดังที่กล่าวมานี้

สิ่งที่น่าสนใจในกรณีของเงินกู้ของบรรษัทก็คือ หากการลงทุนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ล้มเหลวก็จะกระทบกับสถานะทางการเงินของธนาคารพาณิชย์โดยตรง แต่ในกรณีของการออกพันธบัตรและการออกหุ้น ธนาคารพาณิชย์จะกันตัวเองออกจากความเสี่ยงทางการเงินได้ แทนที่ธนาคารพาณิชย์จะนำเงินทุนของตนไปลงที่โครงการโดยตรง ธนาคารฯ จะเป็นเสมือนตัวกลางที่ช่วยอุตสาหกรรมนิวเคลียร์หานักลงทุนที่พร้อมจะซื้อพันธบัตรหรือหุ้น การที่ธนาคารพาณิชย์มีบทบาทในการเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดธุรกรรมทางการเงินเหล่านี้ ก็ต้องถือเป็นความรับผิดชอบของธนาคารพาณิชย์
ต่อเงินก้อนใหญ่ที่ระดมไปใช้ในการลงทุนของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ด้วย

10 อันดับของธนาคารพาณิชย์ทั่วโลกที่สนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์


ฺBNP Paribas (ฝรั่งเศส)
Barclays (สหราชอาณาจักร) 
Citi (สหรัฐอเมริกา)
Societe Generale (ฝรั่งเศส)
Royal Bank of Scotland (สหราชอาณาจักร)
Deutsche Bank (เยอรมนี)
HSBC (สหราชอาณาจักร/ฮ่องกง)
JP Morgan (สหรัฐอเมริกา) และ
Bank of China (จีน)

โดยจำนวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์เหล่านี้ใช้สนับสนุนอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ในระหว่างปี 2543 ถึง 2552 มีมูลค่าทั้งสิ้น 92 พันล้านยูโร

สถาบันทางเงินระหว่างประเทศที่มีนโยบายไม่ให้เงินกู้ในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์คือ ธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(เอดีบี)

ทำไมธนาคารพาณิชย์ไม่ควรให้การสนับสนุนทางการเงินแก่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์

ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีนโยบายความรับผิดชอบทางสังคมของบรรษัท หรือ รู้จักกันดีในชื่อย่อ CSR เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เราพูดถึงกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ จากการทำเหมืองยูเรเนียม การสร้างเตาปฏิกรณ์ไปจนถึงการกำจัดกากนิวเคลียร์ ซึ่งไม่มีความยั่งยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเลย มีการทำภาพเหตการณ์จำลองคอมพิวเตอร์ในเบลเยี่ยมซึ่งระบุว่า หากมีอุบัติเหตุขั้นรุนแรงจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดกำลังการผลิต 1,000 เมะวัตต์ จะส่งผลกระทบต่อคนนับล้านคน ทั้งทางด้านสุขภาวะและการอพยพโยกย้ายออกจากพื้นที่อันตราย พื้นที่ที่ต้องอพยพคนออกอาจมีขนาดเท่ากับเบลเยี่ยมทั้งประเทศ ส่วนประเด็นการจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้วและกากนิวเคลียร์ ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกต่อไป

กรีนพีซได้ตีพิมพ์เผยแพร่ปฏิทิน 365 เหตุผลที่ไม่ควรจำนนต่อพลังงานนิวเคลียร์ และเราคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยตอบคำถามว่าทำไมธนาคารพาณิชย์ทั้งไม่ควรร่วมสังฆกรรมกับอุตสาหกรรมนิวเคลียร์

ในประเทศไทย กรีนพีซได้จับตาและติดตามโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5 แห่ง ที่บรรจุอยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับล่าสุด (PDP2010) ซึ่งวางการลงทุนด้านพลังงานเป็นระยะเวลา 20 ปี (ปี 2553-2572) จากการประเมินของเรา รายงานความเหมาะสมของพื้นที่โครงการน่าจะเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนในเร็ว ๆ นี้ โดยกระทรวงพลังงาน แต่ในระดับพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นนครสวรรค์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตราดและขอนแก่น ฝ่ายที่ผลักดันโครงการ โดยเฉพาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นั้น ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างการยอมรับจากประชาชนซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการเดินหน้าโครงการขั้นต่อไป

ประเด็นที่กรีนพีซเรียกร้องต่อผู้กำหนดนโยบายพลังงานมาโดยตลอดคือ มีความคุ้มทางเศรษฐศาสตร์มากน้อยเพียงใดในการผลักดันให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เมื่อเทียบกับทางเลือกของระบบพลังงานที่ยั่งยืนและกระจายศูนย์ที่เราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง เราจะจัดให้มีการพูดคุยเรื่อง "เศรษฐศาสตร์พลังงานนิวเคลียร์" และนำเสนอประเด็นสำคัญนี้ให้กับผู้กำหนดนโยบายพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้า เราต้องการเห็นระบบพลังงานของประเทศมีความยั่งยืน ประชาชนมีส่วนร่วมและสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริง มิใช่ความมั่นคงของผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มทุนพลังงาน

คุณจะมีส่วนร่วมกับกรีนพีซในการยุติยุคนิวเคลียร์ได้อย่างไร?
กรีนพีซและองค์กรแนวร่วมที่ได้ทำรายงานเปิดเผยบทบาทของธนาคารพาณิชย์ที่มีต่ออุตสาหกรรมนิวเคลียร์ (Nuclear Bank) มีข้อเรียกร้องต่อธนาคารพาณิชย์ดังต่อไปนี้

  1. ยุติการให้เงินกู้กับโครงการนิวเคลียร์
  2. ควรมีนโยบายและข้อกำหนดเพื่อรับประกันว่าจะไม่มีการดำเนินธุรกรรมทางการเงินทั้งโดยตรงและ โดยอ้อมต่ออุตสาหกรรมนิวเคลียร์
  3. ให้คำมั่นว่างบประมาณที่ใช้สนับสนุนโครงการนิวเคลียร์จะถูกแยกออกจากการปล่อยเงินกู้และ พันธบัตรที่มีให้กับบริษัทด้านพลังงาน
  4. เปลี่ยนการสนับสนุนทางการเงินไปที่โครงการพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและประสิทธิภาพพลังงาน ที่ปลอดภัยและความยั่งยืน

รายละเอียดเกี่ยวกับ Nuclear Bank เข้าไปที่ www.nuclearbanks.org

 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น