ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

การระเบิดของภูเขาไฟ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การระเบิดของภูเขาไฟได้เพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ ผลกระทบจากระเบิดของภูเขาไฟ (ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ถือว่าน้อยมาก กล่าวคือ การระเบิดของภูเขาไฟปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศราว 110-250 ตันต่อปี ในขณะที่กิจกรรมของมนุษย์นั้นปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่านั้นเป็นร้อยเท่า

อะไรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ต่อวันมากกว่ากัน อุตสาหกรรมการบินในยุโรป หรือ ภูเขาไฟ Eyjafjallajokull ในไอซ์แลนด์?

การระเบิดของภูเขาไฟจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะสั้น หรือจะมีส่วนต่อความแปรปรวนตามธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หากการระเบิดรุนแรงมากพอ ก็จะทำให้ฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือก๊าซที่เป็นกรดชนิดต่างๆ กระจายขึ้นสู่บรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ และแผ่ปกคลุมโลกภายในไม่กี่สัปดาห์ และคงอยู่ในชั้นบรรยากาศนั้นเป็นเดือนหรือเป็นปี

ละอองเถ้าขนาดเล็กที่อยู่ในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์จะสะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์บางส่วนกลับออกสู่อวกาศแทนที่จะลงสู่พื้นผิวโลก ก๊าซที่เป็นกรดซัลเฟอร์เมื่อรวมตัวกับน้ำในชั้นบรรยากาศกลายเป็นละอองลอย (aerosols) ที่ดูดซับรังสีความร้อนของดวงอาทิตย์และสะท้อนรังสีเหล่านั้นกลับออกสู่อวกาศ การสะท้อนของรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่มายังพื้นผิวโลกนี้เป็นผลทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกลดลง

 การระเบิดของภูเขาไฟ Eyjafjallajokull ในไอซ์แลนด์

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การระเบิดของภูเขาไฟที่รุนแรงเพียงพอที่จะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกลดลงชั่วคราวนั้นได้เกิดขึ้นในหลายๆ โอกาสด้วยกันในช่วง 600 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่รู้จักกันมากที่สุดและเกิดขึ้นในปี 2534 คือการระเบิดอย่างรุนแรงของภูเขาไฟพินาตูโบ (Pinatubo) ในฟิลิปปินส์ ที่ปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ราว 17 ล้านตัน และละอองเถ้าขนาดเล็ก ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูง 40 กิโลเมตรเหนือพื้นผิวโลก ภายใน 3 สัปดาห์ กลุ่มควันภูเขาไฟก็ได้แผ่ปกคลุมชั้นบรรยากาศของโลก ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกลดลง 0.4 องศาเซลเซียส การลดลงของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกดังกล่าวมีต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี

กลุ่มควันที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ Eyjafjallajokull ในไอซ์แลนด์ที่อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง ยังลอยขึ้นไปไม่ถึงชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ นอกจากนี้ การระเบิดที่เกิดขึ้นมิได้ปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในปริมาณมหาศาล ดังนั้น อาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่นอยู่บ้าง แต่ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก ยกเว้นเสียแต่ว่า การระเบิดจะรุนแรงมากขึ้น หรือมีช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้น ผลกระทบทางด้านสภาพภูมิอากาศอาจเกิดในวงที่กว้างขึ้นได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การลดลงของอุณภูมิผิวโลกจะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวและไม่อาจชดเชยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นที่การกระทำของมนุษย์ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์และการทำลายป่าไม้

ธารา บัวคำศรี

 

3 ความคิดเห็น:

  1. charee said,

    การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง มาจากน้ำมือมนุษย์ ที่กอบโกยผลประโยชน์ จนลืมเหลียวหลังมองความเปราะบางของโลกใบนี้

    on ๒๕ เมษายน ๒๕๕๓ ๑๒:๔๑  


  2. ไม่ระบุชื่อ said,

    อยากให้ออกกฏหมายกับพวกทำลายป่าด้วยโทษขั้นสูงสุดเพราะเขาเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนทางอ้อม

    on ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ๐๒:๐๙  


  3. สร้อยอักษร said,

    2 เหตุการณ์จากหลายต่อหลายครั้ง เกี่ยวกับความร้อนของโลก

    ปลายปี 2552 เหตุการณ์แรก ชาวนา อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี บอกว่า ตอนนี้ลงไปทำนานานๆ เหมือนสมัยก่อนไม่ได้ เพราะร้อนมาก ต้องลดระยะเวลาอยู่ในนาให้สั้นลง

    พค. 2553 เหตุการณ์ที่สอง น้ำทะเลที่เกาะหวาย จ.ตราด ยังคงสวยและใส แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่น้ำกลับอุ่น และพร้อมกันนี้ ปะการังที่นี่ ยังเริ่มฟอกขาวอีกด้วย

    on ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ๒๑:๐๐  


แสดงความคิดเห็น