ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

โปสการ์ดจากภาคเหนือ

ภัยแล้งได้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงราย แต่ชีวิตที่นั่นยังคงดำเนินต่อไป

เริ่มต้นเดือนมีนาคม รัฐบาลก็ได้ประกาศสถานการณ์ภัยแล้งใน 36 จังหวัดทั่วประเทศไทย จากนั้นในช่วงสิ้นเดือน ตัวเลขของภัยแล้งได้เพิ่มขึ้นเป็น 53 จังหวัด โดยรัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ว่าจะรุนแรงขึ้นในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน

ภาพที่เห็นจากหน้าต่างรถประจำทางตั้งแต่เชียงรายไปเชียงของ จนกระทั่งถึงเชียงแสน คือไร่นาอันแห้งแล้ง บ่อน้ำที่แห้งผาก ลำน้ำโขงที่มีน้ำไหลเอื่อยๆ ระดับน้ำในลำน้ำโขงนั้นดูแทบจะสูงไม่ถึงหนึ่งเมตร หรือมีระดับน้ำแค่ครึ่งเมตรในบางพื้นที่

 
เชียงของ, เชียงราย, 18 มีนาคม 2553 – หญิงชราชาวม้งกำลังเตรียมดินเพื่อเพาะปลูกบริเวณชายเขาในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ความแห้งแล้งยิ่งทำให้แสงแดดทุกวันนี้ดูร้อนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความร้อนรวมตัวกันกับไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูแล้งของภูมิภาคนี้ บางครั้งเกิดขึ้นตามธรรมชาติและส่วนมากเกิดด้วยความตั้งใจ ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี เราจะได้กลิ่นเหม็นไหม้จากการเผาไร่ เผานา เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มหมอกควันและฝุ่นขี้เถ้า และภาพของตอไหม้และนาข้าวสีดำๆ กระจายอยู่ทั่วไป และดูเหมือนว่าความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในปีนี้จะถูกปกปิดด้วยภาพชีวิตของผู้คนที่ยังดำเนินไปอย่างเป็นปกติ เสมือนกับคำกล่าวที่ว่า “ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป”

ที่อำเภอขุนตาล  จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2553 นายสมชาย ยาวิเริง อายุ 46 ปี ชี้ให้ดูระดับน้ำที่ลดลงของบ่อเก็บน้ำที่อยู่กลางนาของเขาในอำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย 

ที่อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย เราได้รู้จักกับเกษตรกรชื่อนายสมชาย ยาวิเริง อายุ 46 ปี เขาเริ่มปลูกข้าวเมื่อเดือนมกราคมที่แล้ว หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคมผ่านไปไม่นาน แต่ด้วยปัญหาระบบชลประทานที่จำกัดมาก ทำให้ทั้งเขาและภรรยาเริ่มกังวลกับการเก็บเกี่ยว นาของเขาดูแห้งแล้งจนเกือบจะแตกระแหง และต้นข้าวก็แทบจะอยู่ไม่รอด เขาคุ้นเคยกับความร้อนของฤดูแล้งเป็นอย่างดี แต่ปีนี้เขาบอกว่าเป็นฤดูร้อนที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

“สองสามปีที่แล้ว ผมยังไปหาน้ำจากคลองใกล้ ๆ บ้านมาปลูกข้าวได้ แต่ว่าปีนี้น้ำในคลองแห้งมากและผมก็ต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำของหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไปอีก 500 เมตร ฝนที่ตกน้อยกว่าทุกปีก็ยิ่งทำให้ปัญหานี้เลวร้ายมากขึ้นไปอีก” นายสมชายกล่าว แต่เขาก็ยังโชคดีกว่าเพื่อนบ้านหลาย ๆ คนที่ต้นข้าวของพวกเขาไม่สามารถอยู่รอดจากความร้อนได้

ชาวประมงในอำเภอเชียงของก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ระดับน้ำที่ลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อการขยายพันธุ์ปลาในแม่น้ำ ทำให้เกิดความกังวลว่าการจับปลาในปีนี้จะลดลงอย่างมาก ชุมชนโดยรอบต่างพากันแสดงความกังวลถึงความอยู่รอดของปลาบึก ซึ่งเป็นปลาประจำท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของเชียงของและกำลังใกล้จะสูญพันธุ์ ถึงแม้ว่าทั้งรัฐบาลและหน่วยงานเอกชนจะมีโครงการขยายพันธุ์ปลาบึก แต่ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้แทบจะไม่มีใครได้พบเห็นปลาบึกในแม่น้ำเลย

9 มีนาคม 2553 – ชาวประมงกำลังจอดเรือเทียบตลิ่งทรายในลำน้ำโขง ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 

ไม่เพียงแค่ปลาบึกเท่านั้น ปลาพันธุ์อื่นๆ ในลำน้ำโขงก็กำลังขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะไก ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่งที่เจริญเติบโตในช่วงฤดูร้อน บริเวณริมแม่น้ำที่มีน้ำตื้นเขินและมีก้อนกรวด สาหร่ายไกหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากระดับน้ำที่ลดลงและน้ำขุ่นมากขึ้น นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว เครือข่ายประชาชนในท้องถิ่น อายุ 50 ปี เล่าให้เราฟังว่า ในอดีตนั้นเราสามารถทำนายหรือคาดเดาสิ่งต่างๆ ได้จากการดูระดับน้ำในแม่น้ำโขง ซึ่งแม้แต่เด็กตัวเล็กๆ ยังรู้ว่าจะไปหาสาหร่ายไกได้ที่ไหน และเมื่อไหร่ “แต่ตอนนี้ไม่มีใครบอกได้ สาหร่ายไกหาได้ยากมาก เราคาดเดาอะไรไม่ได้อีกแล้ว”

ในพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดเชียงราย ทุกอย่างดูเหมือนจะยังดำเนินไปอย่างปกติ ตรงข้ามกับรายงานภัยแล้งอันรุนแรงของปีนี้ ชุมชนชาวเขาเผ่าม้งที่อาศัยอยู่บนภูเขาในเชียงของได้เริ่มเพาะปลูกตามขั้นบันไดในเช้าวันหนึ่งหลังจากมีฝนตกลงมาอย่างไม่คาดฝัน ชาวบ้านที่นี่พึ่งน้ำฝนมากกว่าน้ำจากระบบชลประทานแบบที่ใช้ในการเพาะปลูกในที่ราบ  และยิ่งระดับน้ำในสันปันน้ำลดลงเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าบนภูเขา ปัญหาภัยแล้งก็ดูจะยิ่งรุนแรงขึ้นสำหรับชาวบ้านในชุมชนนี้ ฝนทำให้ดินเกิดความชุ่มชื่น แต่ละครอบครัวจึงลงมือปลูกมันสำปะหลังตามไร่สวนข้างทาง ถึงแม้พืชหัวจะสามารถทนความแห้งแล้งได้ดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม การปลูกพืชประเภทนี้ในช่วงที่มีภัยแล้งนั้นอาจทำให้กลายเป็นพืชมีพิษได้

20 มีนาคม 2553 – ชาวม้งปลูกมันสำปะหลังตามไร่ริมถนนในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

20 มีนาคม 2553 - หญิงสาวชาวม้งกำลังเตรียมก้านมันสำปะหลังสำหรับเพาะปลูกในไร่บริเวณข้างถนน ในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขงต่างก็ต้องพึ่งพาวัฏจักรของความแห้งแล้งและน้ำท่วมมาโดยตลอด แต่เมื่อภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องและวัฏจักรก็ค่อยๆ สั่นคลอนขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเนื่องจากการสร้างเขื่อนหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ความเสียหายอันมหาศาลที่จะเกิดขึ้นอย่างที่เราไม่ทันจะตั้งตัวรับนั้นอาจมีมากกว่าที่เราคิด

เขียนโดย เลยา เกเรโร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภาพโดย ชัยเลนดรา ยัสวัน
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

3 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ said,

    สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    on ๕ เมษายน ๒๕๕๓ ๑๓:๓๒  


  2. ไม่ระบุชื่อ said,

    ร้อนโคตร

    on ๕ เมษายน ๒๕๕๓ ๑๓:๓๔  


  3. charee said,

    แห้ง ดินร้อน ระอุ

    on ๑๓ เมษายน ๒๕๕๓ ๑๐:๓๕  


แสดงความคิดเห็น