ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

เรื่องราวของน้ำขวด

เรื่องราวของน้ำขวดเผยแพร่ในวันที่ 22 มีนาคม ซึ่งเป็นวันน้ำโลก โดยใช้รูปแบบของ The Story of Stuff บอกเล่าเรื่องราวของความต้องการที่ประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของบริษัทน้ำขวดที่ลวงให้ชาวอเมริกันซื้อน้ำขวดจำนวนครึ่งพันล้านขวดในทุกๆ สัปดาห์ ทั้งๆ ที่มีน้ำประปาอยู่แล้ว ภาพยนตร์ขนาดสั้นมากกว่า 5.7 นาทีนี้ สำรวจการโจมตีน้ำประปาของอุตสาหกรรมน้ำขวด และการโฆษณาชูประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ล่อลวงใจ เพื่อปกปิดของเสียพลาสติกกองโตเท่าภูเขาหลายลูกที่พวกเขาก่อให้เกิด ภาพยนตร์สั้นนี้สรุปเรื่องราวด้วยการเรียกร้องให้ ‘นำน้ำประปากลับคืนมา’ ซึ่งไม่เพียงทำได้โดยมีพันธะส่วนบุคคลในการหลีกเลียงน้ำขวด แต่ยังทำได้โดยสนับสนุนการลงทุนไปกับน้ำประปาที่สะอาดที่มีอยู่แล้ว เพื่อทุกคน



*สิ่งที่คุณทำได้ เกี่ยวกับน้ำขวด
*ช่วยบอกต่อเกี่ยวกับโครงการหนังสั้นที่ดีๆ เช่นนี้ บริจาควันนี้

นี่เป็นบทบรรยายของภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้:

ปัญหาหนึ่งของการพยายามใช้สิ่งของให้น้อยลง คือ บางครั้งเรารู้สึกว่าเราต้องใช้มันจริงๆ หากคุณอาศัยอยู่ในเมือง เช่น เคลฟแลนด์ และคุณต้องการน้ำแก้วหนึ่งล่ะ คุณจะลองเสี่ยงเอาน้ำจากก๊อกน้ำสาธารณะหรือไม่ หรือคุณจะซื้อน้ำขวดที่มาจากป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์แห่ง… ฟิจิ

เห็นได้ว่าเมื่อพิจารณาน้ำขวดยี่ห้อฟิจิ ก็จะได้คำตอบที่ชัดเจนของคำถามนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงสร้างโครงการโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และกลายเป็นการเคลื่อนไหวที่ทึ่มที่สุดอย่างหนึ่งในประวัติศาสตร์โฆษณา

เมืองเคลฟแลนด์ไม่ชอบที่จะถูกทำให้เป็นตัวตลกเพราะเรื่องตลกเกี่ยวกับฟิจิ ดังนั้นพวกเขาจึงทดสอบ เชื่อหรือไม่ว่า น้ำยี่ห้อฟิจิแก้วหนึ่งนั้น พ่ายแพ้ต่อน้ำประปาในเคลฟแลนด์ โดยมีคุณภาพต่ำกว่า และมีราคามากกว่าหลายพันเท่า

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไป เมื่อคุณทดสอบน้ำขวด และน้ำประปา

สะอาดกว่าหรือไม่? คำตอบ คือ บางครั้ง น้ำขวดได้รับการควบคุมตรวจสอบน้อยกว่าน้ำประปา ในหลายๆ ทาง

รสชาติดีกว่าหรือไม่? ในการทดสอบรสชาติทั่วประเทศ ประชาชนเลือกน้ำประปาแทนน้ำขวด อย่างคงเส้นคงวา

บริษัทน้ำขวดเหล่านี้กล่าวว่าพวกเขาเพียงแค่พยายามตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ใครล่ะที่จะต้องการผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนน้อยกว่า รสชาติแย่กว่า และ มีราคาแพงกว่ามาก โดยเฉพาะเมื่อคุณสามารถได้มาฟรีจากครัวของคุณเอง น้ำขวดมีราคาแพงกว่าน้ำก๊อกประมาณ 2,000 เท่า ลองจินตนาการจ่ายเงินสำหรับสินค้าอื่นๆ ทั้งหมด มากกว่าสินค้าหนึ่ง 2,000 เท่าดูสิ ลองนึกว่าคุณจ่ายค่าแซนวิชราคา 10,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตามประชาชนในสหรัฐอเมริกาก็จ่ายเงินค่าน้ำขวดมากกว่าครึ่งพันล้านขวดในทุกๆ สัปดาห์ ซึ่งเป็นขวดน้ำจำนวนมากพอที่จะใช้เรียงรอบโลกมากกว่า 5 รอบ สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มันย้อนไปถึงวิธีที่เศรษฐกิจด้านของใช้ทำงาน และหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักของมัน เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ความต้องการที่ประดิษฐ์ขึ้น

ถ้าบริษัทต่างๆ ต้องการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พวกเขาต้องขายสิ่งของมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงทศวรรษ 2513 บริษัทเครื่องดื่มไร้แอลกฮอล์กังวลเพราะการคาดการณ์การเติบโตเริ่มคงที่ มีโซดาขายมากพอให้คนกินอย่างมากมาย นอกจากนี้คงไม่นานก่อนที่ผู้คนจะเริ่มตระหนักกว่าโซดาไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และหันกลับไปดื่ม –หายใจหอบ- น้ำประปาที่ดื่มได้

บริษัทเหล่านั้นพบว่าความคิดอันยิ่งใหญ่ต่อมาของพวกเขานั้น เป็นผลิตถัณฑ์ของนักออกแบบ ในลักษณะโง่เง่า ที่ผู้คนส่วนมากหัวเราะใส่ เหมือนมันเป็นพวกยัปปี้ที่คลั่งสมัยนิยมที่มีขึ้นและจากไป ผู้คนกล่าวกันในอดีตว่าน้ำหาได้ฟรี พวกเขาจะขายอะไรให้เราหลังจากนี้ อากาศหรือ

แล้วคุณจะทำให้ผู้คนซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่อยู่ในกระแสนี้ได้อย่างไร ง่ายๆ คือ โดยการประดิษฐ์ความต้องการขึ้น แล้วต้องทำอย่างไรล่ะ ก็ลองจินตนาการว่าคุณเป็นหัวหน้าบริษัทน้ำขวด

เนื่องจากผู้คนจะไม่ยืนต่อแถวเพื่อใช้จ่ายเงินที่หามาด้วยความยากลำบากไปกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น คุณก็ทำให้เขารู้สึกกลัวและไม่มั่นคงหากพวกเขาไม่มีสินค้านั้นๆ และนี่เป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมน้ำขวดทำ กลยุทธ์ทางการตลาดแรกเริ่มอย่างหนึ่ง คือ การทำให้คนกลัวเกี่ยวกับน้ำประปา ด้วยการใช้โครงการโฆษณา เช่น น้ำดื่มยี่ห้อฟิจิ จากเคลฟแลนด์

“เมื่อเราประสบความสำเร็จ” ผู้บริหารบริษัทน้ำดื่มคนหนึ่งกล่าว “น้ำประปาจะถูกลดหน้าที่ไปใช้สำหรับการอาบน้ำและการล้างจาน”

ขั้นต่อไป คุณก็ซ่อนความจริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยภาพลักษณ์ของความเพ้อภพอย่างสิ้นเชิง คุณเคยสังเกตเห็นหรือไม่ว่าน้ำขวดพยายามยั่วยวนเราด้วยภาพของลำธารบนภูเขา และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ แต่ทายสิว่าแท้จริงแล้วน้ำขวด 3 ใน 4 ส่วนในสหรัฐมาจากไหน คำตอบ คือ จากน้ำประปา น้ำดื่มยี่ห้อ Aquafina ของเป๊ปซี่ และ Dasani ของโค้ก เป็น 2 ยี่ห้อจากหลายยี่ห้อที่แท้จริงเป็นน้ำประปาที่กรองแล้ว

แต่การโกหกเกี่ยวกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์นั้น ลึกซึ้งยิ่งไปกว่านั้น ในโฆษณาเต็มหน้ากระดาษเมื่อเร็วๆ นี้ เนสท์เล่กล่าวว่า “น้ำขวดเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก” นี่มันอะไรกัน?!

พวกเขาทำกับสิ่งแวดล้อมเหมือนขยะตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ แล้วจะบอกว่ารับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

ปัญหาเริ่มที่การดึงทรัพยากร และการผลิต สำหรับขวดน้ำ ที่ต้องใช้น้ำมัน ในทุกๆ ปี การผลิตขวดน้ำพลาสติกในสหรัฐ ใช้น้ำมันและพลังงานมากพอที่จะเป็นเชื้อเพลิงให้กับรถ 1 ล้านคัน

พลังงานที่ใช้ไปกับการผลิตขวด 1 ขวด ยังรวมถึงการขนส่งไปทั่วโลก จากนั้นเราดื่มมันหมดภายใน 2 นาที สิ่งนี้โยงไปถึงปัญหาใหญ่ ณ จุดสิ้นสุดวงจรชีวิต นั่นคือ การกำจัด

อะไรเกิดขึ้นกับขวดน้ำเหล่านี้เมื่อเราดื่มเสร็จ 80% จบลงที่พื้นที่ฝังกลบขยะ ที่ซึ่งพวกมันจะดำรงอยู่หลายพันปี หรือจบลงที่เตาเผาขยะ ที่ซึ่งพวกมันจะถูกเผา และปล่อยสารพิษออกมา ส่วนที่เหลือถูกรวบรวมไปรีไซเคิล

ฉันสงสัยว่าขวดน้ำพลาสติกที่ฉันทิ้งในถังขยะรีไซเคิลเดินทางไปที่ใด และพบว่าถูกขนส่งไปบนเรือหลายลำสู่อินเดีย ฉันจึงไปที่นั้น และจะไม่มีวันลืมเมื่อนั่งรถไปบนหุบเขานอกเมืองมัทราส และเผชิญหน้ากับขวดพลาสติกกองเท่าภูเขาที่มาจากแคลิฟอร์เนีย การรีไซเคิลที่แท้จริงจะทำให้ขวดเหล่านี้กลับไปเป็นขวดอีกครั้ง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่นั่น พวกเขามีแผนให้ขวดเหล่านั้นถูกลดค่าลง ซึ่งหมายถึง เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำลง ที่จะถูกโยนทิ้งในภายหลัง ส่วนที่ไม่สามารถลดค่าลงได้ถูกทิ้งอยู่ ณ ที่นั้น โดยถูกขนส่งยาวไกลไปถึงอินเดีย เพียงเพื่อถูกทิ้งขว้างบนสนามหลังบ้านของใครสักคน

ถ้าบริษัทผลิตน้ำขวดต้องการใช้ภูเขาบนฉลากของพวกเขา จะตรงตามความจริงมากกว่าถ้าพวกเขาแสดงภาพหนึ่งในภูเขาของเสียพลาสติกเหล่านั้น

ทำให้เรากลัว ยั่วยวนใจเรา และ ทำให้เราเข้าใจผิด กลยุทธ์เหล่านี้เป็นส่วนหลักของการประดิษฐ์ความต้องการ

เมื่อพวกเขาประดิษฐ์ความต้องการเหล่านี้ โดยสร้างตลาดใหม่มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์แล้ว พวกเขาก็ปกป้องมัน โดยเอาชนะการแข่งขัน แต่ในกรณีนี้ การแข่งขัน คือ สิทธิมนุษย์ชนขั้นพื้นฐาน ในการเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัย

รองประธานของเป๊ปซี่กล่าวต่อสาธารณชนว่า “ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ น้ำประปา!” พวกเขาต้องการให้เราคิดว่าน้ำประปาสกปรก และน้ำขวดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ในหลายแห่ง แหล่งน้ำสาธารณะเป็นมลพิษ เพราะอุตสาหกรรมก่อมลพิษ เช่น อุตสาหกรรมขวดน้ำพลาสติก และเจ้าหน้าที่น้ำขวดเหล่านี้ก็มีความสุขล้นเหลือที่จะนำเสนอวิธีแก้ปัญหาราคาแพง ซึ่งทำให้เราเกาะเกี่ยวผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเอาไว้

ถึงเวลาเราเราจะนำน้ำประปากลับคืนมา

ซึ่งเริ่มโดยการมีพันธะส่วนบุคคลที่จะไม่ซื้อหรือดื่มน้ำขวด นอกเสียจากว่าน้ำในชุมชนของคุณไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เป็นการมองการณ์ไกลเล็กน้อยที่จะคว้าขวดน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ก่อนเดินออกจากบ้าน แต่ฉันคิดว่าเราทำได้

จากนั้นก็กระทำขั้นต่อไป คือ มีส่วนร่วมกับการรณรงค์ที่ทำงานเพื่อวิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง เช่น เรียกร้องการลงทุนไปกับน้ำประปาที่สะอาดเพื่อทุกคน ในสหรัฐ น้ำประปาได้รับเงินทุนต่ำเกินจริง คือ 24 พันล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้คนเชื่อว่าน้ำดื่มมาจากแหล่งเดียว นั่นคือ ขวด ทั่วโลกในปัจจุบัน ประชาชน 1 พันล้านคนไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด ถึงกระนั้นเมืองต่างๆ ทั่วโลกกำลังใช้เงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อจัดการกับขวดพลาสติกที่เราโยนทิ้ง จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราใช้เงินจำนวนนั้นในการปรับปรุงระบบน้ำประปา หรือที่ดีกว่าป้องกันการเกิดมลพิษ โดยทำสิ่งนี้ตั้งแต่แรกเริ่มแทนการผลิตน้ำขวด

มีอีกหลายอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อแก้ปัญหานี้ ล๊อบบี้เจ้าหน้านี้บริหารเมือง/เทศบาล ให้นำที่ดื่มน้ำสาธารณะกลับคืนมา ดำเนินการไปสู่การออกกฎหมายห้ามการซื้อน้ำขวดโดยโรงเรียน องค์กร หรือ ทั้งเมือง

นี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่โตสำหรับประชาชนหลายล้านคนที่จะตื่นขึ้น และปกป้องกระเป๋าสตางค์ สุขภาพ และ โลกของเรา ข่าวดีก็คือ มันได้เริ่มขึ้นแล้ว

น้ำขวดเริ่มขายได้น้อยลง ในขณะที่ธุรกิจน้ำที่เติมใหม่ได้ที่ปลอดภัยกำลังเฟื่องฟู เย้!

ร้านอาหารต่างๆ ภูมิใจเสิร์ฟ “น้ำประปา” และประชาชนกำลังเก็บออมเงินหลายร้อยหรือหลายพันดอลลาร์ แทนที่จะเสียเปล่าไปกับน้ำขวด การพกน้ำขวดกำลังอยู่ในระหว่างทางในการกลายเป็นสิ่งที่เท่ห์เท่าๆ กับการสูบบุหรี่ในขณะตั้งครรภ์ พวกเรารู้ดีขึ้นแล้ว

อุตสาหกรรมน้ำขวดกำลังกังวลเพราะแรงกระตุกกำลังเพิ่มขึ้น เราไม่หลงกลความต้องการที่ประดิษฐ์ขึ้นของพวกเขาอีกต่อไป เราจะเลือกความต้องการของเราเอง ขอบคุณมาก และเรากำลังเรียกร้องน้ำที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับทุกคน

 

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ said,

    ยิ่งในชนบทที่สภาพแวดล้อมยังดีอยู่ถูกมอมเมาให้เชื้อว่าน้ำขวดดีก่วาน้ำฝน โรงงานผลิตน้ำดื่มในชนบทก็นำน้ำจากห้วยหนองคลองบึงมาผลิต เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบลงไปตรวจสอบอย่างจริงจัง การเก็บกักน้ำฝนไม่มีแล้วในชนบทมีแต่โอ่งเปล่าๆซื้ออย่างเดียว เป็นห่วงอีก 10 ปีข้างหน้าน้ำคงจะแพงมากคงจะแย่งน้ำกันแน่นอน

    on ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ๐๘:๓๖  


แสดงความคิดเห็น