ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

ผลัก!

24 ตุลาคม 2552

คุณจะผลักโลกเป่าลมลูกใหญ่ไปบนถนนในหัวหินได้ไกลแค่ไหน?

หลายกิโลเมตรได้ไหม วันนี้เราได้พยายามและกลิ้งไปได้ไกล 200 เมตร

วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 15 ที่หัวหิน


ผู้นำประเ้ทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 คนกำลังประชุมที่โรงแรมดุสิตธานีเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เช่น ความร่วมมือในภูมิภาค สิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ และ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันนี้เผอิญว่าเป็นวันรณรงค์ทั่วโลกเพื่อยุติภาวะโลกร้อนด้วย

อาเซียน: จงจริงจังต่อการยุติภัยคุกคามโลกร้อน ASEAN: Get serious about climate threat! by you.

ดังนั้นเราจึงกลิ้งลูกโลกเป่าลมขนาดใหญ่ไปบนถนนที่นำไปสู่สถานที่ประชุม เพื่อบอกผู้นำของภูมิภาคให้จริงจังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักโลกไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

อาเซียน: จงจริงจังต่อการยุติภัยคุกคามโลกร้อน ASEAN: Get serious about climate threat! by you.

เนื่องจากหัวหินเป็นสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี การรักษาความปลอดภัยจังเข้มงวดมาก ซึ่งเป็นโชคไม่ดีของเรา เราไม่สามารถกลิ้งลูกโลกไปถึงโรงแรมดุสิตธานี แต่ก็เหมือนกับผู้คนหลายหมื่นคนทั่วโลก เราได้แสดงให้ผู้นำโลกเห็นว่ามีเสียงเรียกร้องดังลั่นต่อการลงมือทำสิ่งที่ ถูกต้อง โดยการเห็นชอบข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่เข้มแข็งในเดือนธันวาคม ณ กรุงโคเปนเฮเกน

กรีนพีซกำลังเรียกร้องอะไรอยู่ อ่านได้ที่นี่

อาเซียน: จงจริงจังต่อการยุติภัยคุกคามโลกร้อน ASEAN: Get serious about climate threat! by you.

0 ความคิดเห็น  

ปฏิกิริยาตอบรับของกรีนพีซ ต่อรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีโอบามา

ข้อความต้นฉบับจากคณะกรรมการรางวัลโนเบล
รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พ.ศ. 2552


คณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้ตัดสินมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พ.ศ. 2552 แก่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา เพราะประธานาธิบดีโอบามาได้พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่การทูตระหว่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างประชาชนของประเทศต่างๆ คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับวิสัยทัศน์และผลงานของโอบามาเกี่ยวกับโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ ในฐานะประธานาธิบด โอบามาได้สร้างสภาพการณ์ใหม่ในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ การทูตแบบพหุภาคีได้กลับมาสำคัญอีกครั้ง โดยเน้นย้าสิ่งที่สหประชาชาติและสถาบันนานาชาติต่างๆ สามารถมีบทบาทได้

การสนทนาและการเจรจาเป็นที่ยอมรับมากกว่าในฐานะเครื่องมือแก้ปัญหาต่างๆ แม้แต่ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยากที่สุด วิสัยทัศน์ของโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ได้กระตุ้นอย่างแรงกล้าให้เกิดการเจรจาเพื่อการปลดอาวุธ และการควบคุมกำลังทหาร ความคิดริเริ่มของโอบามาทำให้ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โลกกำลังเผชิญ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนจะแข็งแกร่งมากขึ้น

บุคคลที่ก้าวหน้าในการลงมือปฏิบัติเฉกเช่นโอบามานั้นหาได้ยากมาก โดยโอบามาคว้าความสนใจจากโลกเอาไว้ และมอบความหวังสำหรับอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ประชากรโลก การทูตของเขาจัดตั้งขึ้นมาด้วยแนวคิดที่ว่า ผู้ที่จะเป็นผู้นำโลกต้องเป็นผู้นำบนพื้นฐานของคุณค่าและทัศนคติที่ประชากรโลกส่วนใหญ่เห็นร่วมกัน

เป็นเวลา 108 ปีแล้ว ที่คณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้ขวนขวายที่จะกระตุ้นให้ประชากรโลกเห็นอย่างชัดตรงว่านโยบายระหว่างประเทศ และทัศนคติของโอบามาทำให้ปัจจุบันโอบามาเป็นโฆษกชั้นนำของโลก

คณะกรรมการฯ เห็นพ้องกับข้อเรียกร้องของโอบามา นั่นคือ "ขณะนี้ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนมีส่วนรับผิดชอบในปัญหาความท้าทายระดับโลก โดยการลงมือปฏิบัติ"

เมืองออสโล นอร์เวย์ 9 ตุลาคม 2552

******

ปฏิกิริยาตอบรับของกรีนพีซ ต่อรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีโอบามา

"เราหวังว่ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีโอบามาจะทำให้เขากล้าหาญที่จะปฏิบัติตามความเชื่อมั่นของเขาในวิธีแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความกล้าหาญเช่นนั้นจะกระตุ้นให้เขารับผิดชอบเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะภัยของมัน หากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขาดการควบคุม จะสร้างหายนะร้ายแรงแก่สังคมของเรา โดยจุดชนวนการอพยพย้ายถิ่นหมู่มาก ความอดอยากหิวโหยหมู่มาก และ การสูญพันธุ์หมู่มาก มันจะเร้าให้เกิดความขัดแย้งต่างๆ ทั่วโลก

"ประธานาธิบดีโอบามาจะเป็นผู้ได้รับเกียรติรางวัลโนเบลที่แท้จริงได้ เขาจะต้องพลิกกลับบทบาทการขัดขวางในปัจจุบันของประเทศเขาในการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และดำเนินการให้ได้มาซึ่งข้อตกลงสำหรับสภาพภูมิอากาศที่เป็นธรรม มีเป้าหมายสูง และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ เขาต้องใช้อำนาจของเขาในการป้องกันความขัดแย้งและหายนะภัยด้านสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้น"

"โอบามามีโอกาสอย่างยิ่ง และเขามีความรับผิดชอบ เมื่อเดินทางไปรับมอบรางวัลโนเบลในออสโล ในวันที่ 10 ธันวาคม นั่นคือ ขาต้องเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติในกรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดียวกัน เพื่อช่วยป้องกันหายนะภัยและความขัดแย้งด้านสภาพภูมิอากาศ"

เกิร์ด เลโพลด์
ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ สากล

คุณเป็นส่วนหนึ่ีงของการผลักดันประธานาธิบดีโอบามาให้ร่วมประชุมสุดยอดโลกร้อน ณ กรุงโคเปนเฮเกนได้ คลิกที่นี่เพื่อลงชื่อ

4 ความคิดเห็น  

ผู้นำต้องลงมือทำทันที โลกรอไม่ได้ หายนะโลกร้อนกำลังมาถึงทุกชีวิต

ในขณะที่การเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรุงเทพฯ กะโผลกกะเผลกมาถึงจุดสิ้นสุดในวันที่ 9 ตุลาคม 2552 กรีนพีซขอเรียกร้องให้ผู้นำของประเทศที่ร่ำรวยตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเมือง เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ

การเจรจาในครั้งนี้คืบหน้าจากเนื้อหาของตัวบทที่ใช้เจรจา แต่ปราศจากการเจรจาเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊า่ซเรือนกระจก และเกี่ยวกับการให้เงินสนับสนุนแก่ประเทศที่กำลังพัฒนา โดยประเทศที่พัฒนาแล้วได้ให้สัญญาใน 2 สิ่งนี้ไว้ การขาดเป้าหมายเช่นนี้จะไม่ทำให้เกิดข้อตกลงอันแข็งแกร่งสำหรับสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน

สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ คือ นโยบายของประธานาธิบดีโอบามาที่จะลดการปล่อยก๊า่ซเรือนกระจกลงอย่างมาก ซึ่งโลกรอคอยสิ่งนี้มาหลายทศวรรษ

"สหรัฐอเมริกากำลังพยายามยัดเยียดข้อจำกัดในประเทศให้กับชุมชนนานาชาติ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ขับเคลื่อนเป็นส่วนใหญ่โดยการล๊อบบี้ของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล สิ่งที่ควรใช้กำหนดผลลัพธ์จากการประชุมที่โคเปนเฮเกน คือ วิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความต้องการของประเทศที่ล่อแหลมมากที่สุด ไม่ใช่การล๊อบบี้ของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลของสหรัฐอเมริกา และความต้องการของประัเทศที่ร่ำรวยมากที่สุด" มาติน ไกเซอร์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ สากล กล่าว

ถึงเวลาที่ประธานาธิบดีโอบามาก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ดังที่เขากล่าวไว้
เรียกร้องประธานาธิบดีโอบามาให้เห็นชอบข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่แข็งแกร่ง โลกรอไม่ได้แล้ว หายนะกำลังมาถึงทุกชีวิต

กรีนพีซเรียกร้องให้สหภาพยุโรปรับผิดชอบ

"ตัวแทนจากสหภาพยุโรปจำนวนมากเข้าร่วมประชุมที่กรุงเทพฯ แต่พวกเขาขาดเป้าหมายอันแข็งแกร่ง ขาดการเสนอเงินทุนสนับสนุน และ มีนโยบายที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุมที่โคเปนเฮเกน สิ่งนี้สร้างความไม่ไว้วางใจมากขึ้นให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา"

"สหภาพยุโรปจะประชุมเพื่อตัดสินใจ และเราคาดหวังให้ผู้นำ โดยเฉพาะบราวน์ นายกฯ อังกฤษ เมอร์เคล นายกฯ เยอรมนี และ ซาร์โคซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส คลี่คลายประเด็นเหล่านี้ โดยก้าวขึ้นเป็นผู้นำต่อจากนอร์เวย์"

"ในท้ายที่สุดเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิทยาศาสตร์ได้ ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนแปลงการเมือง และนั่นหมายถึงการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง ณ บัดนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตรายไม่เคยรอคอยใคร"

กรีนพีซเรียกร้องข้อตกลงที่เป็นธรรม มีผลบังคับตามกฎหมาย และมีเป้าหมายสูง โดย

* ประเทศที่พัฒนาแล้วลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40% ต่ำกว่าระดับ 2533 ภายในพ.ศ. 2563
* การหยุดการทำลายป่าเขตร้อนภายในพ.ศ. 2563
* ประเทศอุตสาหกรรมให้เงินทุนอย่างน้ิอย 140 พันล้านเหรียญ (4.7 ล้านล้านบาท) ต่อปี สำหรับการปรับตัว บรรเทา และ ปกป้องป่า ในประเทศที่กำลังพัฒนา

ลงมือทำ ทันที
เรียกร้องประธานาธิบดีโอบามาให้เห็นชอบข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่แข็งแกร่ง โลกรอไม่ได้แล้ว หายนะกำลังมาถึงทุกชีวิต

0 ความคิดเห็น  

นอร์เวย์เป็นผู้นำแล้ว ใครจะก้าวตามมา

ข่าวด่วนจากเว็บไซต์ Adopt A Negotiator : วันนี้เป็นวันที่ดีเยี่ยมสำหรับการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งหลายที่เกิดขึ้น โดยความใฝ่ฝันของเราได้กลายเป็นจริง ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในซีกโลกเหนือได้ประกาศว่าจะลดการปล่อยก๊าซเ้รือนกระจกลง 40% ต่ำกว่าระดับพ.ศ. 2533 ภายในพ.ศ. 2563

จนถึงขณะนี้ คำแถลงนี้เป็นพันธะกรณีที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากประเทศในภาคผนวกที่ 1 [ Annex I Parties ซึ่งได้แก่กลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ที่เป็นสมาชิกขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ] และเป็นพันธะกรณีแรกที่ใกล้เคียงเคียงกับข้อเรียกร้องทางวิทยาศาสตร์ เมื่อเทียบกับเป้าหมายทั้งหลาย (หรือที่ถูกคือการขาดเป้าหมาย) ของประเทศต่้างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ แคนาดา โดยเป้าหมายของประเทศนอร์เวย์นี้มีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องให้แรงสนับสนุนประเทศนอร์เวย์ และบอกต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แพร่หลาย นอร์เวย์แสดงให้เห็นแล้วว่า เราสามารถมีเป้าหมายที่สูงส่งในการเจรจาภาวะโลกร้อนครั้งต่างๆ นี้ นอร์เวย์ตัดสินใจเริ่มต้นเป็นผู้นำ เพื่อป้องกันการหลอมละลายของธารน้ำแข็งในประเทศของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกที่จะเกิดมากขึ้นทั่วโลก

ต้องขอบคุณทีมงานติดตามความก้าวหน้าผู้เจรจาของโครงการ tcktcktck (ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก) ที่ทำให้ท่านสามารถอ่านข่าวเกี่ยวกับช่วงเวลาอันน่ายินดีนี้เหมือนกับท่านอยู่ในที่ประชุมเอง โปรดส่งต่อลิงก์นี้ พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้กับนักการเมืองที่ท่านรู้จัก และกระตุ้นให้ประเทศของท่านก้าวตามการริเริ่มของนอร์เวย์ และให้ตั้งเป้าหมายที่สูงส่งมากขึ้น และสิ่งที่ท่านทำได้ในตอนนี้ คือ ลงชื่อเรียกร้องประธานาธิบดีโอบามา แห่งสหรัฐอเมริกาให้บรรลุเป้าหมายอันสูงส่งนี้

การต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องการความกล้าหาญและความทะเยอทะยาน เราได้เห็นสิ่งนั้นแล้วเมื่อวานนี้ ที่นี่ในกรุงเทพฯ

เจสัน โมกุส

บอกต่อ:

0 ความคิดเห็น  

ท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คน ที่เรียกร้องปฏิบัติการหยุดภาวะโลกร้อน ในกรุงเทพฯ

ผมอยู่ในกรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อรายงานข่าวการประชุมของสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขณะเดินทางไปกินอาหารมื้อเช้าในเช้าวันแรกในกรุงเทพฯ ผมเห็นถนนเต็มไปด้วยสีสันของผู้คนหลายพันคนที่ถือสวมเครื่องแต่งกาย ถือป้ายผ้า โทรโข่ง และ กลอง พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อส่งข้อความเดียวกันถึงผู้นำโลก นั่นคือ ลงมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทันที ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นประชาชนมากมายใช้สัญลักษณ์ TckTckTck ในวิธีการที่สร้างสรรค์

การประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในกรุงเทพฯ นี้สำคัญ ผู้เจรจาที่เป็นตัวแทนของประเทศส่วนใหญ่กำลังร่วมคิดว่าสนธิสัญญาภูมิอากาศฉบับเสร็จสิ้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อถูกนำเสนอต่อผู้นำรัฐบาลต่างๆ ณ การประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนานาชาติในกรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคมนี้

ช่างเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวิธีการที่ยอดเยี่ยม ผู้คนหลายพันคนพูดด้วยเสียงอันเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อบอกรัฐบาลของตนเองว่าต้องการให้เป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งนี้เป็นสมการสำคัญในสูตร ที่จะทำให้พวกเราได้ข้อตกลงที่เป็นธรรม มีเป้าหมายสูง และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ณ โคเปนเฮเกน นี่เป็นวีดิโอของเหตุการณ์ในเช้าวันนี้

1 ความคิดเห็น  

เราเรียกร้องคำตอบ!


ผู้หญิงจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินรณรงค์รอบที่ประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ในกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้


เราเรียกร้องคำตอบ

เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ซึ่งมีการรณรงค์ 3,000 เหตุการณ์ ใน 134 ประเทศ ประชาชนหลายหมื่นคนเรียกร้องให้ผู้นำโลกตื่นขึ้นรับรู้ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงและสร้างหายนะรุนแรงยิ่ง เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน วันการี มาไท เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ยืนขึ้นหน้าผู้นำประเทศมากกว่า 100 คน และเรียกร้องจากแรงกระตุ้นแรงกล้าให้พวกเขาตอบรับเสียงเรียกร้องนั้น เธอกล่าวว่า "พวกเขากำลังเรียกร้องท่าน และฉันไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นในขณะนี้ได้ีรับการตอบรับ"

ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน พายุไต้ฝุ่นกฤษณาผลาญทำลายกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ คร่าชีวิตประชาชนมากมาย และทำให้หลายแสนคนไร้ที่อยู่อาศัย

เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน แผ่นดินไหวรุนแรงผลาญทำลายส่วนหนึ่งของซามัว, อเมริกัน ซามัว และ ทองกา เมื่อคลื่นซึนามิ 3 ลูก ลูกที่ใหญ่ที่สุดสูง 4 เมตร กวาดล้างประเทศหมู่เกาะทั้งสาม

ภัยพิบัติทางธรรมชาิติเหล่านี้ที่เพิ่งเกิดขึ้น และภัยพิบัติอื่นๆ เป็นหลักฐานถึงเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ผู้หญิงหลายร้อยคน และชาวประมง เดินรณรงค์ในช่วงการเจรจาภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติรอบสุดท้าย ในกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมด้านภูมิอากาศสำหรับชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก และได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุด จากหายนภัยของภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง

อะไรที่จะทำให้เสียงเรียกร้องของเราได้รับการตอบรับ ฉันนั่งฟังการเจรจาในกรุงเทพฯ ที่ซึ่งฉันสามารถสัมผัสได้ชัดเจนว่ายังขาดความเร่งด่วนอยู่มาก ผู้เจรจาเดินอย่างสงบจากห้องประชุมหนึ่งไปยังอีกห้องประชุมหนึ่ง หยุดจิบกาแฟ และคุยเล่นกับเพื่อนๆ ประเทศต่างๆ กำลังเล่นเกมทางการเมือง และเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องความยุติธรรมที่กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งนับเป็นเครื่องยืนยันที่เพิ่มขึ้นของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง

การรวมตัวอย่างไม่ได้นัดหมายของกลุ่มประชาสังคมจำนวนมาก ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงกดดันต่อการประชุมภาวะโลกร้อนรอบต่างๆ พวกเขารวมกลุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าและล้มเหลวเป็นเวลา 17 ปี โดยผู้รับผิดชอบมองดูอย่างนิ่งเฉย พวกเขาผลักดันตามที่ต่างๆ เพื่อความเปลี่ยนแปลงน้อยนิด โดยทั่วไปปล่อยให้สายน้ำไหลไปอย่างราบรื่น จะต้องมีวันหนึ่งในเร็วๆ นี้ที่เขื่อนจะพังทลาย ความขุ่นเคืองในหมู่ชนที่กำลังเพิ่มขึ้นที่มีต่อผู้นำที่ไม่ลงมือทำการใดๆ เพื่อตอบรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคสมัยของเรา จะเป็นที่ประจักษ์ในรูปแบบการรณรงค์ต่อต้านที่มีคนจำนวนมากขึ้น มีความขุ่นเคืองมากขึ้น และความนิ่งเฉยที่น้อยลง

ก็เพราะเ้ราไม่ได้เพียงเรียกร้องการเห็นชอบสนธิสัญญา่ เรากำลังเรียกร้องให้ช่วยชีวิตประชาชน สิ่งมีชีวิต และโลกของเรา

ผู้นำเป็นคนที่ควรรับฟังในทันที ก่อนจะสายเกินไป

เบน มาร์โกลิส

0 ความคิดเห็น