ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

กระุปุกออมสินช้างน้อย ที่การประชุมโลกร้อน ....ส่งท้ายช้างคาราวาน

วันนี้ เป็นวันแรกที่ตัวแทนจาก 180 ประเทศ ร่วมประชุมด้านภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติในกรุงเทพฯ เพื่อจัดทำร่างข้อตกลงด้านภาวะโลกร้อน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ที่จะสรุปผล ณ การประชุมสุดยอดโลกร้อน ที่กรุงโคเปนเฮเกน และวันนี้ เด็กไทย 5 คน ได้ส่งมอบกระปุกออมสินช้างน้อยที่มี "เงินสมทบคนละเล็กคนละน้อยเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน" ให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติ กิจกรรมนี้เป็นการส่งท้ายโครงการ “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งกรีนพีซและช้างนักรณรงค์ 5 เชือกได้ เดินทางในประเทศไทย เป็นระยะทาง 250 กิโลเมตร เป็นเวลา 15 วัน เพื่อเน้นย้ำผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการทำลายป่า

เด็กๆ กลุ่มนี้เป็นตัวแทนของประชาชนมากกว่า 1.4 ล้านคนซึ่งได้ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้กับแนวร่วม tcktcktck ระดับโลก เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่เป็นธรรม สูงส่ง และ มีผลบังคับทางกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่การประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ที่จะมาถึงในเดือนธันวาคมนี้

การประชุมด้านภาวะโลกร้อนในนิวยอร์กและพิสเบอร์กเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นหายนะ ผู้นำโลกจำเป็นต้องผลักดันให้การเจรจาที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้คืบหน้าให้ได้ ผู้นำโลกต้องลงมือปฏิบัติการอย่างหาญกล้า และทำให้ถ้อยแถลงอันยิ่งใหญ่ของผู้นำโลก ที่ประกาศ ณ การประชุมสหประชาติที่นิวยอร์กในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้น เราจำเป็นต้องได้ข้อตกลงด้านภาวะโลกร้อนที่แข็งแกร่ง คุณมีส่วนช่วยได้ ลงชื่อที่นี่ ทันที เพื่อผลักดันนโยบายที่จะหยุดหายนะโลกร้อน


เด็กไทย 5 คน ส่งมอบกระปุกออมสินช้างน้อย ที่มี
“เงินสมทบคนละเล็กคนละน้อยเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน (small change for the climate)”
ให้แก่นายอีฟ เดอ บัวร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ
ในการเริ่มต้นรอบการเจรจาเรื่องโลกร้อนล่าสุดในกรุงเทพมหานคร


กระปุกออมสินช้างน้อยที่มี
“เงินสมทบคนละเล็กคนละน้อยเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน"
บนโต๊ะกล่าวปราศรัย ในวันแรกของการเจรจาภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติ ที่กรุงเทพฯ

Rin

0 ความคิดเห็น  

แล้วการเดินกับช้าง ก็สิ้นสุดลง

เริ่มต้น ทำไมถึงเดินกับช้าง? ทำไมถึงเป็น'ช้าง' ?
หลายๆคนคงสงสัย เหตุผลชัดเจนง่ายๆเลยนะคะ คือว่า:

1. ช้างเป็นสัตว์ Super Keystone เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญ เป็น 'ร่มเงา' เป็นที่พึ่งพาให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศ

2. ช้างเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติไทย
ใช่คะ สมัยนี้คนไทยยังจำได้ไหมคะ ช้างเคยปรากฎอยู่บนธงชาติไทย 'ธงช้างเผือก' ของประเทศไทย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นธงไตรรงค์ในปัจจุบันไงคะ

ขอยกคำของท่านมหาตมะคานที ที่บอกว่า ความเจริญของชาิติ สามารถดูได้จากว่าชาตินั้นๆ ปฏิบัติต่อสัตว์อย่างไร
"The Nation's progress can be determined by how it treats its animal." Mahatama Kandhi

ช้างไทยเรา กำลังเผชิญปัญหาการใกล์จะสูญพันธุ์ ดังนั้นเราจึงต้องการปกป้องช้าง ปกป้องที่อยู่อาศัยของช้าง ปกป้องผืนป่า ความสมดุลทางธรรมชาิติ ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากสภาพภูิมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

... ทีมคาราวานเริ่มต้นตั้งแต่ การทำงานร่วมกับ Wild Life Conversation Group, Animal Welfare Group ปรึกษาสัตว์แพทย์ในการดูแลสุขภาพช้าง คัดเลือกช้างที่จะสามารถเดินทางได้ ที่จะเป็นทูตตัวแทนสัญลักษณ์ความเกี่่ยวโยงทางชีวภาพ และเริ่มด้วยพิธีปะกำโดยพ่อหมอควาญช้างอาวุโสเพื่อการเป็นศิริมงคล การทำบุญตักบาตรบนหลังช้างก่อนออกเดินทาง

ตลอดการเดินทาง 15 วัน คณะคาราวานช้างได้แวะให้ความกับชุมชนตามเส้นทางถึงการดำรงชีวิตของช้าง การทำกิจกรรมกับเด็กๆ ตามโรงเรียนและสถานที่ต่างๆตลอดเส้นทาง การจัดนิทรรศการให้ความรู้ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูิมิอากาศ การศึกษาแบบจำลองสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกง การดูแลช้าง ให้ช้างแวะพักตามจุดที่มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร รวมถึงให้เล่นน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ การจัดการชีวมวล (หมายถึง ขี้ช้าง -- ตามภาษาชาวบ้านคะ) เพื่อไม่ให้เลอะเทอะตามสถานที่ๆ เราแวะไป รวมถึงการพาช้างขึ้นรถบรรทุกเพื่อบรรเทาการเดินในบางจุด

ตลอดเส้นทาง ช้างได้เล่นกับเด็กๆ คาราวานของเราค้นพบความเอื้ออารีของผู้คนตลอดเส้นทางที่เราผ่าน จะมีคนช่วยให้อาหารช้างตลอดเส้นทาง (อันนี้ต่างกับการซื้ออาหารให้ช้างที่ควาญ (ปลอม) ถูกจ้างมาเดินตามป่าคอนกรีตในกรุงเทพนะคะ)

จากเขาใหญ่ - สระบุรี - นครนายก-ฉะเชิงเทรา- และสิ้นสุดที่เมืองโบราณ สมุทรปราการ ชาวคาราวานได้พาช้างเป็นประจักษ์พยานถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การให้ความรู้แก่ชุมชน ด้วยหวังว่า การเดินกับช้างนี้ จะเป็นเสียงให้ผู้คนได้รับรู้ จะเป็นพลังขับเคลื่อน และช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและเกิดการกระทำยุติภาวะโลกร้อนได้อย่างจริงจัง

สิ้นสุด ทำไมถึงจบลงที่เมืองโบราณ?
เมืองโบราณ - สถานที่ๆ จำลองสถานที่ต่างๆในประวัติศาสตร์ประเทศไทย เพื่อ 'คนเราจะรู้เรื่องปัจจุบันได้ ควรได้เรียนรู้จากอดีต' ... และเช่นเดียวกันนะคะเราควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมตัวสำหรับอนาคต ที่ดีที่สุดสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ชาติและความเป็นไปของของสภาวะแวดล้อมโลก

แล้วคุณล่ะคะ ? วันนี้ คุณทำอะไรเพื่ออนาคตหรือเปล่า? Don't be stupid, Act Now!








Rin

0 ความคิดเห็น  

เรื่องของ 'ช้าง'

คุณรู้ไหมคะ ช้างไทย รวมถึงช้างอีกทั้ง 4 ประเภทของเอเซีย (ซึ่งมีช้างสุมาตรา ช้างศรีลังกา ช้างบอเนียว และ ช้างอินเดีย) กำลังเผชิญปัญหาการลดลงของถิ่นที่อยู่อาศัยที่ช้างจะสามารถมีชีวิตอยู่ด้วยตััวของมันเอง

บล็อกเรื่องราวของช้างคราวนี้ ขอให้ความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับช้าง ดังนี้นะคะ (ขอขอบคุณพี่อลงกต ในการให้ข้อมูลให้ความรู้ตลอดเส้นทางช้างคาราวานคะ)

>> ช้างป่า และ ช้างบ้าน
ช้างบ้าน - ช้างที่ถูกจับมาฝึกอยู่ในที่พักเป็นหลักแหล่ง ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 3,000 เชือก
ช้างป่า - ปัจจบันในประเทศไทย จากป่าทั้งหมด 49 แห่ง มีช้างป่าเร่ร่อนเหลืออยู่ประมาณ 2,000 ตัว (ช้างป่า ใช้สรรพนามว่าตัวนะคะ เมื่อถูกจับมาเป็นช้างบ้าน ถึงใช้เรียกว่า เชือก คะ)

>> ช้างตกมัน
ช้างจะมีต่อมที่อยู่ระหว่าง หู กับ ตา ซึ่งต่อมนี้จะบวม และ มีำน้ำมันไหลออกมา เวลาที่มันตกมันคะ
ซึ่งจริงๆแล้ว ควาญช้างจะไม่นำช้างพลายที่ตกมันไปทับช้างตัวพังตัวเมีย เพราะช้างตกมันจะแรงมาก จนสามารถแทงตัวเมียเสียชีวิตได้
ช้างสามารถตกมันได้ระหว่าง 1-8 เดือน

>> ช้าง(จะ)ผสมพันธุ์
ช้างตัวผู้ จะใช้งวงดมอวัยวะเพศของช้างตัวเมีย แล้วเอาเข้าปาก (บนเพดานปาก จะมีต่อมรับรสสารเคมี) ซึ่งจะทำให้ช้างตัวผู้รับรู้ว่าช้างตัวเมียนั้นๆ พร้อมที่จะผสมพันธุ์หรือยัง

>> ช้างกับระบบนิเวศน์
ช้างเป็นสัตว์ Umbrella Specie หรือ Super Keystone ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มีผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร และ กลไกระบบนิเวศน์ ดังเช่น
- สัตว์ผู้ย่อยสลาย มากินเศษกระดูก เนื้อ หนังที่เหลือ จากเศษอาหารที่่ช้างทาน
- ชีวมวลช้าง (หรือขี้ช้าง...) - ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่นๆบางชนิด เป็นต้น


ก่อนที่คนรุ่นหลังจะร้องเพลง 'ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ... น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า ช้างมันตัวโตไม่เบา.... จมูกยาวๆ เรียกว่างวง...' ร้องเพลงนี้อย่างที่ไม่มีโอกาสได้เห็นช้างมีชีวิตอยู่จริงๆ
ก่อนที่จะสายเกินไป เรามาช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่า ด้วยการไม่ทำลายสภาพแวดล้อม สภาพภูิมิอากาศตั้งแต่วันนี้ดีไหมคะ? Stop Global Warming Now!









Rin

0 ความคิดเห็น  

แด่การหยุดยั้งความโง่เขลา



ภาพยนตร์ Age of Stupid ยุคแห่งความโง่เขลา กล่าวว่า นักการเมืองทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางนโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อความร่ำรวยส่วนตน เช่น การไม่สนับสนุนพลังงานหมุนเวียนทั้งที่มีศักยภาพมาก แต่สนับสนุนบริษัทน้ำมัน ที่ทำให้ทั้งวงจรชีวิตของความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกผู้ทุกคนตกอยู่ในวงจรผลาญทำลายสิ่งแวดล้อม ใครรู้บ้างว่าทำไมรถพลังงานไฟฟ้าจึงถูกขัดขวางไม่ให้ผลิตขึ้น และรางรถไฟ ซึ่งเป็นระบบเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงถูกทำลายโดยอาชญากร

ทุกคนคงรู้คำตอบดี

หากผู้นำยังทำอย่างที่เป็นอยู่ และทุกคนยังดำเนินชีวิตไปอย่า่งที่เป็นอยู่ โลกที่ถูกทำลายมากพออยู่แล้วก็อาจจะเป็นอย่างในเรื่อง Age of Stupid ถูกทำลายจนไม่เหลืออะไรนอกจากบันทึกเหตุการณ์ในอดีต ที่ถ้าทุกคนได้นั่งดู คงจะสงสัยเหมือนชายชราในเรื่องว่า "ทำไมเราไม่ปกป้องโลก เมื่อมีโอกาส" แล้วทำไมล่ะ

วันนี้เป็น "วันเกินขีดจำกัดโลก" ซึ่งเป็นวันที่มนุษยชาติเริ่มใช้ทรัพยากรธรรมชาติใน 1 ปีที่ผ่านมาเกินกว่าที่โลกจะสามารถสร้างขึ้นได้ใหม่ เป็นวันที่รอยเท้านิเวศของมวลมนุษย์เหยียบย่ำโลกเกินขีดจำกัดของโลก และหลังจาก "วันเกินขีดจำกัดโลก" ในวันนี้ เราจะต้องชดใช้หนี้ทางระบบนิเวศโดยผลาญคลังทรัพยากร และเพิ่มพูนของเสียในสิ่งแวดล้อม เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในบรรยากาศ

น่าเศร้าใจที่คำปราศรัยในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นิวยอร์คเมื่อวันที่ 22 กันยายน ของประธานาธิบดีโอบามา ขาดรายละเอียดของวิธีการ ขาดเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ถึงแม้จะดีกว่าของอดีตประธานาธิบดีคนอื่นๆ แต่ก็ยังไม่ดีเท่ากลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ได้ 40% ต่ำกว่าระดับพ.ศ. 2533 ภายในพ.ศ. 2563

เสียง 1 เสียงของคุณมีความหมาย ถ้าคุณยังไม่ได้ลงชื่อเรียกร้องประธานาธิบดีโอบามาให้ลงมือกระทำการดังกล่าว โปรดไปที่นี่ ทันที

วีดิโอที่ Age of Stupid รอบปฐมทัศน์ : ทำไมคุณจึงไม่โง่เขลา ?



แด่การหยุดยั้งความโง่เขลา

นันทะ

2 ความคิดเห็น  

ภายใต้ใบหน้าสีเทานั้น

โดย ชายเลนดรา ยัสวัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน คาราวาน “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” มีส่วนร่วมกับประชาชนของจังหวัดฉะเชิงเทรา ในงานที่จังหวัดจัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองทั้งวันปลอดรถโลก (Car-Free Day) และ วันปกป้องแม่น้ำของจังหวัด

นี่เป็นวันแรกในตัวเมือง หลังจากเราเดินมาหลายวันรอบๆ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และพวกเรา และเพื่อนร่วมเดินทางที่แสนดี คือ เหล่าช้าง ไม่มีใครเลยที่มีความสุขมากนักที่จะต้องเดินผ่านเมือง

แต่การต้อนรับอันกระตือรือร้นจากนักปั่นจักรยานของชมรมจักรยานในท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษาจากโรงเรียนและวิทยาลัยท้องถิ่น เกษตรกรและผู้ค้าขาย ซึ่งเป็นสมาชิกของมูลนิธิเกษตรวิถีธรรมชาติของหน่วยทหารในท้องถิ่น ทำให้การเดินทางระยะสั้นๆ ผ่านเมืองมีความหมาย

ทองแดง ช้างมีงาผู้หล่อเหลา ที่รูปลักษณ์อันสง่างามและท่าทางอันอ่อนโยน ทำให้เป็นที่ชื่นชอบมากนักจากผู้คนที่กำลังเดินตามคาราวานของเรา ทองแดงเป็นผู้เดินนำคาราวานช้าง ซึ่งในขณะนี้เป็นฝูงชน 2,000 คน ทองแดงปราศจากความประหม่าและนำฝูงชนด้วยความสุขุม

ตลอดการเดินทาง ผมคิดแล้วคิดอีกถึงคำที่สามารถอธิบายทองแดง แต่ก็ทำได้เพียงชื่นชมคำบรรยายช้าง อันงดงามของปีเตอร์ แมทเทียสเซ็น ‘มีความลึกลับภายใต้ใบหน้าสีเทานั้น เป็นพลังชีวิตอันเก่าแก่ อ่อนไหวและแข็งแกร่ง น่ายำเกรงและมีเสน่ห์ ที่สามารถบัญชาความเงียบที่มีไว้เพื่อยอดเขาสูง ไฟลูกใหญ่ และท้องทะเลเท่านั้น”

 ชายเลนดรา ยัสวัน 

3 ความคิดเห็น  

ตักบาตรบนหลังช้าง

12 เมษายน 2552 วันออกเดินทาง




ช้างนำพระเข้าสู่สถานที่ตักบาตร


 
 

เสี่ยวเว่ย นักร้องวงร็อคชื่อดังชาวจีนตักบาตร






พระพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นศิริมงคลก่อนออกเดินทาง

1 ความคิดเห็น  

สังคมไทยกับช้าง

20 กันยายน 2552
โดย พลาย ภิรมย์

กิจกรรมเดินกับช้างร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว วันนี้ขบวนคาราวานได้มาร่วมกิจกรรม “39 วันมหัศจรรย์รักษ์ลุ่มน้ำบางปะกง เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน” ภายใต้โครงการ 108 วันมหัศจรรย์พอเพียงจากวันแม่สู่วันพ่อ โดยหลายภาคีทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคพัฒนาชุมชนรวมนับพันคนได้ร่วมกันจัดทัพขบวนเดินรณรงค์ตามเส้นทางข้างแม่น้ำบางปะกงในประเด็นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ปกป้องผืนดิน และ การทำเกษตรกรรมยั่งยืน (เกษตรอินทรีย์โดยภูมิปัญญาไทย ไม่พึ่งสารเคมี) วันนี้ยังถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของไทย คือ วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ และ วันปลอดรถโลก (Car Free Day)




แม้วันนี้แดดจะร้อนมาก แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน ผู้คนเป็นกันเอง ต่างหยิบยื่นไมตรีจิตให้แก่กัน นักกิจกรรมของกรีนพีซร่วมถือป้ายผ้าข้อความรณรงค์ปกป้องป่า ปกป้องสภาพภูมิอากาศ (ซึ่งทีมอาสาสมัครกรีนพีซได้ร่วมกันทำคืนก่อนหน้านี้จนถึงตี 3) และช้าง 5 เชือกของเราก็ได้ถูกประดับด้วยป้ายรณรงค์เช่นกัน ทำให้ดูมีสีสันสวยงามและได้รับความสนใจเป็นพิเศษ กลุ่มของเราได้รับการตั้งชื่อว่า “กองกำลังคชสาร (ฝูงช้าง)” และกลุ่มอื่นๆ ที่มาร่วมกิจกรรมก็ต่างมีชื่อตามลักษณะหน้าที่และบริบทในสังคม อาทิ “กองกำลังอาชา (ฝูงม้า)” “กองกำลังทางอากาศ (พารามอเตอร์นับสิบลำบินวนเวียน)” “กองกำลังทางทางน้ำ (กองเรือ)” “กองกำลังคนลุ่มปะกงเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ เครือข่ายลุ่มน้ำแห่งความพอเพียง (กลุ่มเกษตรและประชาชน)” “กองกำลังทหารหาญ (ทุกหน่วยในกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ)”  “กองกำลังน่องเหล็ก (ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ ฉะเชิงเทรา)”  “กองกำลังยุทธศึกษา (นักเรียนนักศึกษา)” “กองกำลังสื่อสารและงานข่าว (นักข่าว สื่อสารมวลชน และช่างภาพ)” โดยกองกำลังต่างๆ ได้ตั้งแถวเป็นขบวนอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ เมื่อเวลาย่างถึง 9.59 น. ประธานกล่าวเปิดงานและทุกคนร่วมกันโยน “ลูกระเบิด (ก้อนจุลินทรีย์สำหรับบำบัดน้ำ เพิ่มออกซิเจน ที่ทำโดยภูมิปัญญาคนไทย)” ลงสู่แม่น้ำบางปะกง และเคลื่อนขบวนสู่ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ กองพลทหารราบที่ 11 เพื่อร่วมกันกล่าวร่วมปฏิญญาเพื่ออนุรักษ์ลุ่มน้ำบางปะกง (ปฏิญญาศูนย์การเรียนรู้ภาคกลางฯ กองพลทหารราบที่ 11)      

หลังจากจบกิจกรรม เป็นที่ตื้นตันใจอย่างยิ่งที่ช้าง 5 เชือกของเราได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ สมศักดิ์ศรี เป็นทูตรณรงค์เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศและปกป้องป่าไม้ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของตน และทรัพยากรพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิต

ฉบับที่แล้วที่ผมได้เขียนเล่าถึงความยิ่งใหญ่ของช้างในการเป็น Umbrella Species หรือสัตว์สายพันธุ์ที่เป็นร่มเงา ในฉบับนี้ผมจึงขอเล่าเรื่องช้างกับสังคมไทยในมิติของประวัติศาสตร์เรื่องความสำคัญและความสัมพันธ์ของช้างกับสังคมไทย ดังนี้

“ช้างเป็นสัตว์ใหญ่เป็นสัตว์มงคล ในสังคมมนุษย์นั้น ช้างทำหน้าที่อันหลากหลาย เป็นทั้งสมมุติเทพในทางศาสนา เป็นจุดศูนย์รวมแห่งความเชื่อและความศรัทธาทางจิตวิญญาณ”  (ไพรัตน์ ทองไสย์, จุลสารภูมิช้าง ปีที่ 1 ฉบับที่ 6)

ช้างของคาราวานช้างนำโดยกรีนพีซอาบน้ำเพื่อเตรียมเดินรณรงค์กับกับประชาชนในชุมชน ข้าราชการท้องถิ่น และกลุ่มประชาสังคม ในฉะเชิงเทรา



ช้างของคาราวานช้างนำโดยกรีนพีซอาบน้ำเพื่อเตรียมเดินรณรงค์


หากย้อนไปในอดีต ช้างเป็นส่วนสำคัญในการสร้างชาติสร้างสังคมมนุษย์ และมีคุณูปการอย่างมากต่อสังคมไทย ตราสัญลักษณ์ ชื่อสถานที่ รวมถึงประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าช้างได้ผนวกอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างแยกไม่ออก การที่ช้างมีสรีระร่างกายและสมรรถนะที่แข็งแรง ในอดีตภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่บางอย่างได้ผูกดวงชะตาไว้กับช้าง อาทิ การเป็นราชพาหนะและยุทธปัจจัยในการออกศึกสงคราม ขนส่งลำเลียงเสบียงและอาวุธ เป็นสัญลักษณ์ในธงชาติออกรบ เป็นต้น นอกจากนี้ช้างเผือกยังถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเมืองต่างๆ และเป็นรัตนะ 7 สิ่ง คู่บารมีขององค์พระมหากษัตริย์ ในยุคบ้านเมืองสงบ ช้างเป็นสินค้าส่งออกสำหรับคนชั้นสูงที่ค้าขายได้ และในการว่างเว้นจากศึก ช้างส่วนหนึ่งถูกนำมาใช้ลากซุงและเป็นพาหนะสำหรับการเดินทางในป่าเขา จะเห็นได้ว่าในอดีตช้างสัมพันธ์แนบแน่นกับสังคมมนุษย์ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา และ ศิลปวัฒนธรรม

เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เมื่อความเจริญทางวัตถุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การคมนาคมขนส่งสะดวกสบาย บทบาทของช้างจึงถูกลดทอนความสำคัญและศักดิ์ศรีลงมาเรื่อยๆ จนเป็นเพียงแค่ “สัตว์ชนิดหนึ่ง” ที่มีค่าแค่เป็นตราสัญลักษณ์ (อาทิ ตราสัญลักษณ์กรุงเทพมหานคร ในขณะที่ผู้ว่าฯ ปัจจุบันผลักไสไล่ช้างออกจากพื้นที่โดยที่ไม่เข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริง และช้างส่วนใหญ่ไปอดตายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ) และหลายคนมีทัศนะคติว่าช้างเป็นภาระของสังคม ไม่คิดถึงบุญคุณของช้าง ไม่เข้าใจถึงความสำคัญของช้างในระบบนิเวศ ไม่รู้ไม่เข้าใจถึงปัญหาของช้าง กลับมองช้างเป็นปัญหา ช้างถูกทิ้งถูกขว้าง ถูกลดความสำคัญ และถูกย่ำยีศักดิ์ศรี และในขณะเดียวกันถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างก็กำลังถูกมนุษย์ทำลายจนไม่เหลือ ช่างน่าสงสารช้างจริงๆ ทั้งความเป็นจริงแล้วมนุษย์เองเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับช้างให้กับสิ่งแวดล้อมนั้นเอง



ช้างและควาญช้างกินอาหารเช้า เพื่อเตรียมเดินรณรงค์

ท่านรู้หรือไม่     

ช้างป่า” (Wild elephant) มีเหลืออยู่ไม่ถึง 2,000 ตัว และกำลังถูกคุกคามจากการถูกบุกรุกถิ่นที่อยู่อาศัย ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการลักลอบตัดไม้ สร้างถนน สร้างเขื่อน และ การถางป่าบุกรุกเพื่อทำแปลงเกษตรหรือตั้งบ้านเรือน ทำให้ช้างป่าไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้และอาจสูญพันธุ์ในที่สุด ทั้งนี้การลดลงหรือสูญพันธุ์ของช้างป่าจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ในการอยู่รอดเช่นกัน เนื่องจากช้างสำคัญต่อระบบนิเวศ ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าต่างๆ

ช้างบ้าน” (Captive elephants) คือช้างที่ถูกฝึกเพื่ออยู่ร่วมกับคนหรือสังคมได้  ซึ่งประเทศไทยมีช้างบ้านอยู่ประมาณ 3,000 เชือก อาศัยอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ในทั่วทุกภาค ปัจจุบันช้างบ้านกำลังประสบปัญหาอย่างหนักรอบด้าน อาทิ

   o ป่าชุมชนและพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติของช้างบ้านได้ถูกบุกรุกและจับจองโดยนายทุน เปลี่ยนเป็นแปลงเกษตรเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการปลูกต้นยูคาลิปตัส ทำให้ต้องหาซื้ออาหารเพื่อเลี้ยงช้างแทนการหาเองตามแหล่งธรรมชาติ เกิดค่าใช้จ่าย และส่งผลให้ควาญช้างต้องนำช้างมาเร่หากินตามเมืองต่างๆ เพื่อการอยู่รอด 

   o ปัญหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีปริมาณลดลงจากการบุกรุกป่าและทำเกษตรเชิงเดี่ยว และปัญหาคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะการปนเปื้อนสารพิษจากการใช้ยาฆ่าแมลงหรือยากำจัดวัชพืชในไร่นาซึ่งจะทำให้สารพิษไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อช้างถึงขั้นเสียชีวิตเมื่อบริโภคแหล่งน้ำปนเปื้อนดังกล่าว

   o องค์ความรู้เรื่องช้างกำลังสูญหายไปจากสังคมไทย และสังคมยังไม่ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับช้าง จนได้รับรู้ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับช้าง


ช้างจากช้างคาราวานนำโดยกรีนพีซเดินหาอาหาร ก่อนเดินรณรงค์

ท่านสามารถช่วยเหลือช้างป่าและช้างบ้านได้โดย

   o ร่วมปกป้องป่าไม้ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้าง รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ อาทิ แหล่งน้ำ

   o ยุติการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งผลต่อการลดลงของป่าไม้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

   o ร่วมหยุดยั้งการบุกรุกป่า

   o ร่วมหยุดยั้งการทำเกษตรเชิงเดี่ยว การทำเกษตรเคมี และ การปลูกยูคาลิปตัส

   o สนับสนุนกิจกรรมช้างเพื่อการอนุรักษ์  อาทิ ด้านการท่องเที่ยว และด้านการศึกษา

   o สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนต่างๆ เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์

   o มีความรัก ความเข้าใจ และเข้าใจปัญหาช้างอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะในมิติของช้างกับระบบนิเวศป่า และการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างบ้านกับสังคมไทยที่ไม่อาจแยกหรือทอดทิ้งกันกันได้

พลาย ภิรมย์

9 ความคิดเห็น  

โอบามา ให้คำมั่นกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ (จริงรึ)

18 กันยายน 2552

"โอบามา" มาที่สำนักงานกรีนพีซในกรุงเทพฯ ฉันเพิ่งเห็นเขาเป็นครั้งแรก เหมือนมากจริงๆ

การรณรงค์ในวันนี้ทำให้ฉันนึกถึงความไม่เคยจริงจังต่อการแก้ปัญหาของนักการเมือง ผู้มักจะถูกกดดันจากผลประโยชน์ส่วนตนในประเทศของตน เพื่อนร่วมงานของเราในสหรัฐอเมริกาและเบลเยียมบอกเราว่า นักการเมืองไม่สนใจต่อการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนหรอก การประชุมสหประชาชาติเรื่องภาวะโลกร้อนเป็นความยุ่งเหยิง และผู้นำโลกกำลังเล่นเกมของเด็กไร้เดียงสากับอนาคตของพวกเรา

อย่างไรก็ตามเราต้องทำอะไรบางอย่าง แม้ความหวังจะมีเพียงน้อยนิด และเราก็หวังว่าการกระทำของเราจะกระตุ้นให้ผู้รับผิดชอบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง



คำแถลงการณ์ของโอบามา (หน้าเหมือน) ในการรณรงค์วันนี้

“มีเพียงความท้าทายที่ตอนนี้โลกกำลังเผชิญไม่กี่อย่างเท่านั้นที่เร่งด่วนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พวกคุณหลายๆ คนต่างกำลังลงมือปฏิบัติเพื่อต้านสู้กับความท้าทายดังกล่าว กระผมขอให้คำมั่นว่าผมจะร่วมลงมือแก้ไขกับทุกคน

ผมจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดภาวะโลกร้อนที่โคเปนเฮเกน
ผมจะรับประกันว่าจะได้สนธิสัญญาภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และมีผลตามกฎหมาย
ผมจะจัดหากองทุนสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัว โดยเริ่มจากการจัดตั้งกองทุนปกป้องผืนป่าที่เหลืออยู่

นี่คือโอกาสที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ลูกหลานของเรา ผมจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านเลยไป โดยที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นเลย”


แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะกรีนพีซกำลังสร้างความหวัง การเดินทาง "เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" กำลังเดินทางไปตามที่ราบภาคกลางของประเทศไทย เพื่อสร้างความตระหนักและเผยแพร่เสียงเพรียกของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช้างคาราวานเรียกร้องให้ผู้นำโลก รวมถึงปธน. โอบามา ที่จะประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนิวยอร์ค วันที่ 22 กันยายน หยุดการทำลายป่าเป็นลำดับแรก เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โปรดร่วมสร้างความหวัง หากท่านยังไม่ได้ลงชื่อในจดหมายของท่าน โปรดไปที่นี่ เพื่อเรียกร้องโอบามาตัวจริง

0 ความคิดเห็น  

พบกับพี่ตุ้ย

พบกับพี่ตุ้ย (สถาพร ทองมา) ช่างภาพมือฉกาจของพวกเรา ในภาพพี่ตุ้ยยืนอยู่หลังพี่จิ๊บที่ถือป้ายผ้าอยู่ คุณอาจนึกไม่ถึงว่าตุ้ยเป็นเ้จ้าหน้าที่ไอทีที่สำนักงานกรีนพีซที่กรุงเทพฯ

พี่ตุ้ยเป็นคนถ่ายภาพแห่งความประทับใจทั้งหมดจากช้างคาราวาน อาสาสมัครต่างชาติบางคนบอกว่าคงจะคิดถึงพี่ตุ้ยเมื่อพวกเขาเดินทางกลับประเทศ และพี่ตุ้ยกลับไปวุ่นอยู่กับเรื่องคอมๆ ต่อ...


2 ความคิดเห็น  

ช้างระยะประชั้นชิด

คุณไม่มีวันจะได้รู้จักช้างถ้าไม่ไปร่วมคาราวานช้าง และเราก็ได้อยู่ใกล้ชิดช้าง 5 เชือกในการเดินทางครั้งนี้มาหลายวัน รู้จักช้างแต่ละตัวได้ที่นี่

และนี่เป็นภาพระยะใกล้จากพี่ตุ้ย ช่างภาพของเรา
Chang-14Sept09-websize-02

Chang-14Sept09-websize-01

0 ความคิดเห็น  

ช่วงเวลาประทับใจ

อีกช่วงเวลาประทับใจจากคาราวานช้าง เมื่อเราเดินผ่านนาข้าวในจังหวัดสระบุรี
_MG_4008-websize

_MG_4016-websize
001-websize

0 ความคิดเห็น  

ดูช้างอาบน้ำนานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ



ช้างสามารถดูดน้ำสูงสุด 14 ลิตรต่อครั้ง สัตว์ใหญ่อย่างเช่นช้างต้องการน้ำมากเหลือเกิน










การสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่เมื่อวานโดย WWF กรีนพีซ และ 350.org แสดงให้เห็นว่าชาวเอเชียคิดว่าการขาดแคลนน้ำเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่น่าหวั่นวิตกมากที่สุด ตามด้วยสุขภาพที่เลวร้ายลง การสูญพันธุ์สัตว์และพืช และ การขาดแคลนอาหาร

ถ้าช้างรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหล่าช้างคงกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำเช่นกัน

ลีอา เกอร์เรโร

0 ความคิดเห็น  

Dumbo Drop

15 กันยายน 2552

เปล่าหรอก ฉันไม่ได้หมายถึงสิ่งที่อั้มต้องทำความสะอาด แต่หมายถึงการขนส่งช้างข้ามชายแดนจังหวัดต่างหาก ปฏิบัติการนี้ซับซ้อนเหมือนภาพยนตร์เรื่องปฏิบัติการ Dumbo Drop

กฎหมายไทยและกฎข้อบังคับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดห้ามช้างเดินข้ามชายแดนจังหวัด แต่ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกเท่านั้น โดยต้องได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ก่อน

ดังนั้น เช้าวันนี้หลังกินอาหารเช้ามื้อใหญ่ตามปกติเสร็จ ควาญช้าง สัตวแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญการขนส่งช้าง ก็ช่วยเพื่อนรักของเราให้ค่อยๆไต่ขึ้นรถบรรทุกอย่างที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อพวกมันอย่างระมัดระวัง แล้วรถก็แล่นข้ามชายแดนที่ช้างไม่สามารถรู้ได้ แต่อย่าเลย อย่าเริ่มพูดถึงเรื่องตลกแบบมีชนชั้น

ริชาร์ด แลร์ ผู้เขียนเกี่ยวกับช้างในสยามกล่าวว่า ช้างถูกใช้โดยนักสำรวจชาวยุโรปในยุคแรกๆ เมื่อพวกเขาเดินทางมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในศตวรรษที่ 19 ประเทศไทยมีช้างเลี้ยงมากกว่า 100,000 เชือก และจำนวนมากถูกใช้ขนส่งสินค้าและคน รวมถึงถูกใช้งานสำหรับการเดินทางของชาวยุโรป

แม้ว่าช้างจะดูงุ่มง่าม แต่ช้างชำนาญในการเดินขึ้นลงภูเขาสูงชันอย่างน่าประหลาดใจ และเท้าใหญ่ของพวกมันมีไว้เดินผ่านหนองน้ำและพื้นโคลนได้อย่างง่ายดาย ก่อนการสร้างทางรถไฟแห่งสยาม การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่เชียงใหม่มักจะเดินทางด้วยเรือครึ่งทาง และช้างอีกครึ่งทาง

เมื่อนั่งรถตามหลังรถบรรทุกช้าง ฉันสังเกตเห็นว่าช้างยื่นงวงขึ้นสัมผัสกับสายลมอ่อนๆ และสูดอากาศ แต่เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับสิ่งที่พวกมันถนัดที่สุด นั่นคือกิน

ควาญช้างนั่งอยู่บนหลังช้างในรถบรรทุก เหมือนคาวบอยในประเทศตะวันตก เป็นภาพที่น่าประทับใจทีเดียว แต่ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่หันมาสนใจการติดสอยห้อยตามแปลกๆ ของเรา นี้

คนไทยรักช้าง แต่คนไทยก็มักเมินเฉยช้าง คนไทยไหว้อย่างเร็วๆ หลังป้อนผลไม้ และ/หรือ ให้เงินเล็กๆ น้อยๆ แก่ควาญช้าง เพื่อใช้ดูแลช้าง แต่คนที่ขับรถสนใจช้างบนรถบรรทุกน้อยมาก หรืออาจไม่มีเลย

เมื่อถึงจุดหมาย ฉันตะลึงขณะมองช้างถอยหลังลงจากรถบรรทุกอย่างระมัดระวัง ลงสู่แท่นยืน และก้าวลงสู่พื้น โดยทำตามคำสั่งของควาญช้าง

ช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาดเหลือล้น และช้างของเราซึ่งถูกฝึกโดยควาญช้าง สามารถเข้าใจคำสั่งเสียงสูงสุด 40 คำสั่ง ซึ่งมากกว่าคำสั่งที่เชน ลูกชายของผม ต้องการตอบรับ ฮี่ฮี่

เราคิดว่าเราประหยัดเวลาเดินไปประมาณ 2 ชั่วโมง ด้วยการขนส่งทางรถบรรทุก แต่เวลาใกล้จะหมดลงที่ผู้นำประเทศของเราต้องเริ่มลงมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปกป้องป่า ช้างของเรา ลูกหลานของเรา อนาคตของเรา

ตลอดการเดินทางครั้งนี้ เรารวบรวมรายชื่อในจดหมายถึงประธานาธิบดีโอบามา ด้วยความหวังอันยิ่งใหญ่ แต่เพื่อนร่วมงานของผมในสหรัฐอเมริกาและเบลเยียมบอกผมว่า นักการเมืองเหล่านั้นไม่สนใจหรอก การประชุมสหประชาชาติเรื่องภาวะโลกร้อนเป็นความยุ่งเหยิง และผู้นำโลกกำลังเล่นเกมของเด็กไร้เดียงสากับอนาคตของพวกเรา

ฉันจากคาราวานช้างในวันนี้เป็นเวลา 2 วัน และกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อประชุมกับแนวร่วมของเราเพื่อคิดหาวิธีกระตุ้นให้โอบามาหันมาสนใจ ก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มขึ้น

หากโอบามาบินลงมาที่นี่ และมองลึกไปยังดวงตาที่เต็มเปี่ยมความรู้สึกและงดงามของคชาพัช ช้างหนุ่มนักรักของเรา เขาจะเข้าใจมากกว่าที่เคยเป็นมาถึงความจำเป็นในการลงมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

คชาพัช

ไชยเลนดรา ยัสวัน

1 ความคิดเห็น  

ช้าง! นั้นสำคัญไฉน

15 กันยายน 2552
โดย พลาย ภิรมย์

ผ่านไปแล้ว 3 วันกับเดินกับช้างสร้างการเปลี่ยนแปลง จากปากช่องจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวาน วันนี้เราก็เดินมาถึงแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อทำกิจกรรมและหยุดแวะพักที่วัดบ้านซำผักแพวตามแผนที่วางไว้ บ้านซำผักแพวเป็นบริเวณที่สงบร่มเย็นและมีผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ธรรมชาติบริเวณนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ เนื่องจากยังเป็นทุ่งนาและสวนเกษตร ปราศจากโรงงานอุตสาหกรรมและสิ่งปลูกสร้างที่รกหูรกตา



เมื่อย่างเข้าถึงบ่ายโมง นักเรียนจากโรงเรียนวัดซำผักแพวและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่ให้ความสนใจก็เริ่มทยอยเดินทางกันมาถึง ซึ่งประกอบด้วยทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กหัดเดินจนถึงผู้สูงอายุ  พวกเราร้องเพลงต้อนรับเด็กๆ ด้วยเพลง “เดินกับช้าง” ที่แต่งขึ้นโดยทีมสันทนาการของ “โกอ่าง” ทีมอาสาสมัครของกรีนพีซที่มากด้วยความสามารถในการให้ความสุขพร้อมความรู้ เด็กๆ และพี่ๆ อาสาสมัครอาสาสมัครนานาชาติที่ประกอบด้วยคนไทย จีน (ซึ่งเป็นถึงดารานักร้องเพลงร็อคชื่อดังจากจีน) แอฟริกาใต้ อินเดีย และฟิลิปปินส์ ร่วมกันแต่งตัวเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เต้นร้องรำทำเพลง จูงมือน้องๆ เข้าแถวเป็นรถไฟเดินไปรับต้อนรับช้างรณรงค์ 5 เชือกที่รออยู่ ตามด้วยกิจกรรมร้องเพลง เล่นเกมส์ และนิทรรศการให้ความรู้เรื่อง-คน-ช้าง-ป่า-โลกร้อน และถาม-ตอบคำถาม ตลอด 3 ชั่วโมงแบบไม่หยุด



หนึ่งกิจกรรมที่ดึงความสนใจของเด็กๆ ได้ไม่แพ้การร้องเพลงเล่นเกม คือ กิจกรรมรู้จักกับ “คุณครูช้าง” โดยพี่ “อลงกต” ซึ่งเป็นทั้งนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิจัยช้างป่าแถวหน้าของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในขุนพลที่ขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ วันนี้พี่อลงกตได้พาช้าง 5 เชือกมาแนะนำให้รู้จักพร้อมสอดแทรกความรู้ต่างๆ ให้กับเด็กๆ พี่อลงกตตั้งคำถามที่น่าสนใจข้อหนึ่งว่า “ถ้าไม่มีช้างในป่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งก็ได้รับคำตอบจากเด็กๆ ที่ต่างกันไป บางคนก็ตอบว่า “ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว” “ก็ไม่มีช้างให้เห็นให้อนุรักษ์” แต่คำตอบที่พวกเราชอบมากที่สุดจากเด็กชายคนหนึ่งก็คือ “ป่าก็จะขาดความอุดมสมบูรณ์” ซึ่งเป็นคำตอบที่ใกล้เคียงถูกต้องที่สุด และก็เป็นที่น่าชื่นชมว่าเด็กประถม 4 สามารถตอบได้



หลังจากนั้นพี่อลงกตจึงได้เอา “ขี้ช้าง” มากองให้ดูในการเล่าให้เห็นถึงความสำคัญและความสัมพันธ์ของช้างกับป่าและระบบนิเวศ พี่อลงกตบอกให้เด็กๆ นึกภาพตามว่าเมื่อขี้ช้างหล่นออกมาจากก้นช้าง ก็จะมีด้วงช้างและแมลงต่างๆ บินมาเกาะกินขี้ช้าง ไก่ป่าก็รอมากินด้วงกินแมลง แมวป่า จนถึงเสือก็คอยมากินกันเป็นทอดๆ จนเกิดเป็นระบบนิเวศ นอกจากนี้ช้างซึ่งคอยกินใบไม้ ผลไม้ และพืชต่างๆ รวมมากถึงกว่า 200 ชนิด พืชเหล่านี้จึงสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วจากขี้ช้างที่ปนด้วยเมล็ดพันธุ์ของพืชเหล่านี้ที่ช้างกินเข้าไป นอกจากนี้แร่ธาตุอาหารยังให้ความสมบูรณ์ให้แก่ดิน ทางเดินของช้างในป่าที่เรียกว่า “ด่านช้าง” ก็เป็นทางที่ช้างเปิดทางเดินไว้และเป็นประโยชน์ให้กับสัตว์ชนิดต่างๆ ในการดำรงชีวิต เช่น ยอดกิ่งไม้สูงที่ช้างดึงลงมาก็เป็นอานิสงค์ให้กับสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งไม่สามารถเก็บกินเองได้ สัตว์ต่างๆ ก็ใช้เส้นทางเดินช้างในการหาอาหาร และเดินทาง ดังนั้นเมื่อขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และโดยเฉพาะช้าง ระบบนิเวศป่าก็ล่มสลาย สัตว์ต่างๆ ก็อยู่ไม่ได้ ช้างจึงถือว่าเป็น Umbrella Species หรือสัตว์ชนิดพันธุ์ที่เป็นร่มเงา


เด็กนักเรียนในท้องถิ่นเตรียมโยนขี้ช้างใส่ถาดที่เพื่อร่วมชั้นถือเตรียมไว้ เพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าใจว่าช้างซึ่งเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด เป็นสายพันธุ์ที่สัตว์เล็กกว่าต้องพึ่งพา

“การอนุรักษ์ป่า” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง จึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง ซึ่งไม่ใช่เพื่อการคงอยู่ของช้างหรือป่าไม้ แต่เป็นการคงอยู่ของระบบนิเวศ ความความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต และแน่นอน “มวลมนุษยชาติ”

การนำเอาเรื่องง่ายๆ ของ “ขี้ช้าง” และ “ช้าง” มาอธิบาย จึงสามารถทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในระบบนิเวศ และคน-ช้าง-ป่า ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่จะพัฒนาไปสู่จิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ ต่อไป และนี่จึงเป็นหนึ่งคำตอบว่าทำไมเราจึงนำ “ช้าง” มาเป็นทูตรณรงค์และร่วมปฎิบัติภาระกิจในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญครั้งนี้

ท้ายกิจกรรมทุกคนร่วมร้องเพลง “เดินกับช้าง” อีกครั้งในจังหวะช้าเป็นการส่งท้าย หลังจากเด็กๆ ได้รับความรู้ ได้เริ่มเข้าใจถึงธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความ “ยิ่งใหญ่” ของช้าง ในการลาจากครั้งนี้เจ้า “พลายทองแดง” ได้ก้าวเดินไปหาเด็กๆ และค่อยๆ ยื่นงวงออกไปสัมผัสมือของเด็กๆ แต่ละคน และค่อยๆ เดินจากไป และทำให้เด็กหลายคนต้อง “หลั่งน้ำตา” ออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรู้ว่ากำลังจะต้องจากกัน เป็นการประทับความทรงจำดี ๆ ให้กับเด็กที่ไม่อาจลืมเลือน 

เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และน้ำตาปลาบปลื้มที่เราได้เห็นในวันนี้ทำให้ทีมงานทุกคนหายเหนื่อย และภูมิใจกับกิจกรรมสร้างความรู้ ส่งเสริมจิตสำนึก และความสุขเล็กๆ ที่เราได้สรรค์สร้างให้กับเด็กๆ และผู้คนในชุมชน



พลาย ภิรมย์

3 ความคิดเห็น