Tck Tck Tck : You turn the Earth : ลดโลกร้อนกันเถอะ
พอดีได้รับแจ้งเมื่อเช้าว่าจะมีการเปิดโครงการ Tck Tck Tck เพื่อรณรงค์ช่วยกันปกป้องโลกจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ คนรักธรรมชาติและความเป็นไปของมนุษย์และสัตว์โลกอย่างเราก็เลยเข้าไปร่วมด้วยอย่างไม่ลังเล
แปรขบวนรูปเข็มนาฬิกา เรียกร้องให้ผู้นำโลกหันมาใส่ใจอนาคตของโลกอย่างจริงจังมากขึ้น
ทำไมเราถึงสนใจเรื่องโลกร้อน รู้ไหมคะ?
ก่อนอื่น คุณรู้ไหมว่าที่เขาพูดกันว่า 'โลกร้อน' หน่ะ นั้นมันหมายความว่าอย่างไร?
แล้วยังไงเหรอ? มันมีผลกระทบกับชีวิตคุณหรือลูกหลานอย่างไรนี่?
ง่ายๆ เลย การที่โลกร้อนขึ้นนั้น คุณรู้หรือไม่ว่า?:
> อุณหภูมิน้ำทะเลจะสูงขึ้น 1-4 องศาในสิ้นศตวรรษนี้
การที่น้ำทะเลร้อนขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบก้ับสัตว์ทะเล เช่น ปลาอาจไม่มีหน้ง, หอยอาจไม่มีฝา
ซึ่งก็จะกระทบกับความสมดุลของระบบนิเวศน์, ห่วงโซ่อาหารต่อๆมา จนปลายของห่วงโซ่ ก็คือ
มนุษย์ คนเรานั่นเอง
> น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย เพราะความร้อน ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำท่วมชายฝั่งเข้าไปเป็นกิโลๆ
8 ใน 10 เมืองหลวงหลักที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมมากที่สุดในโลกอยู่ในทวีปเอเซียทั้งหมด - รวม
ทั้งกรุงเทพฯด้วย!)
และคุณรู้ไหมคะ? ที่ๆเราอยู่ ทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ - ส่วนเล็กๆของโลก ด้วยพื้นที่เพียง 3% ของผืนดินในโลก แต่ส่วนเล็กๆนี้แหละ ที่เป็นที่อยู่อาศัยของ 20% ของเผ่าพันธุ์ที่มีชีวิตทั้งหมดในโลก
และส่วนที่เราอยู่อีกนี่แหละ ที่ำกำลังได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงของปล่อยมลภาวะ (โดยเฉพาะจากประเทศที่พัฒนาแล้ว) และหนักไปกว่านั้น ทวีปเอเซียของเรานี่เอง ที่เป็นส่วนที่ได้ผลกระทบกว่า 90% จากภาวะโลกร้อน
.. อืมมม..... ยกตัวอย่างใกล้ตัวขึ้นนะคะ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เกิดภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปีใน 3 จังหวัดภาคอีสานของไทย รวมถึงจังหวัดยโสธรที่เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีของประเทศไทย
ทำให้ไร่นาเสียหายหลายพันไร่ ส่งผลกระทบระยะยาวต่อความมั่นคงทางอาหารของชาวนา - สันหลังของชาติไทย หลายชีวิต และผลผลิตข้าว - อาหารหลักของคนไทย และ สินค้าเกษตรส่งออกอันดับต้นๆของประเทศ...
และนี่ก็เป็นตัวอย่างที่มาที่ไปที่องค์กรต่างๆ รวมถึง Greenpeace, WWF, Oxfam, 350 degree ร่วมกันชวนชาวโลกยุติโลกร้อน ออกโครงการ Tck Tck Tck นับเวลาถอยหลัง ต้องการให้ผู้นำโลกเห็นความสำคัญและเข้าร่วมการประชุม UN Climate Summit in Copenhagen ในเดือนธันวานี้ เพื่อออกมาตรการต่างๆเช่นการลดก๊าซเรือนกระจก ฯลฯ ซึ่งคุณทุกคน ก็มีส่วนช่วยได้ผ่านหน้าเว็บไซต์นี้นะคะ : Chang(e) is Coming!
เด็กๆร่วมร้องเพลง ''roll over the ocean, roll over the sea,
It's I, it's You, to build our community... ''
--------You turn the Earth : ลงมือทำวันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป--------
แถลงการณ์ AMEM ที่พม่า: เดินหน้านิวเคลียร์
แถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานแห่งอาเซียน (AMEM) ครั้งที่ 27 ณ เมืองมันดาเลย์ ประเทศพม่า ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 ระบุว่ารัฐมนตรีของประเทศในอาเซียน เห็นชอบแผนปฏิบัติการเพื่อความร่วมมือด้านพลังงานแห่งอาเซียน (APAEC) พ.ศ. 2553-2558 ซึ่งประกอบด้วย 6 แผนงาน 1 แผนงานในนั้น คือ การผลิตพลังงานนิวเคลียร์
หัวข้อของการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน คือ "การสร้างความเจริญและความยั่งยืนให้กับอนาคตด้านพลังงานของอาเซียน" ไม่มีอะไรเจริญและยั่งยืนเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ รัฐบาลในอาเซียนไม่ควรเสียเงินไปกับการนำเข้าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่แพงและอันตราย ทั้งนี้ รัฐบาลไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม แสดงความประสงค์ที่จะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศของตน
8 สิงหาคม 2551, กรุงเทพฯ - อาสาสมัครกรีนพีซรณรงค์หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล สถานที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน (AMEM) โดยใช้ข้อความ "อาเซียน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน" กรีนพีซกระตุ้นให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนแสดงความเป็นผู้นำและเจตจำนงทางการเมือง โดยมีพันธะสู่อนาคตแห่งพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด แทนที่จะทำให้ประเทศสมาชิกติดกับอยู่ในวงจรอุบาทว์แห่งเชื้อเพลิงฟอสซิล และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่สกปรก อันตราย และ ราคาแพง
นิวเคลียร์ไม่มีวันปลอดภัย
ในโลกนี้ไม่มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใดที่ปลอดภัย เครื่องปฏิกรณ์ทุกเครื่องมีข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยเป็นของคู่กัน ซึ่งไม่สามารถกำจัดไปได้โดยการเพิ่มคุณภาพความปลอดภัย เชื้อเพลิงที่เป็นกัมมันตภาพรังสีสูงต้องใช้ระบบทำความเย็นตลอดเวลา ซึ่งหากผิดพลาดอาจนำไปสู่หายนะจากการปล่อยสารกัมมันตภาพรังสี นอกจากนี้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยังมีความเสี่ยงสูงต่อการนำไปใช้ก่อวินาศกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งรวมถึงการก่อการร้าย
นิวเคลียร์สกปรก
ตั้งแต่วินาทีแรกที่มีการทำเหมืองแร่ยูเรเนียม จะเกิดการผลิตกากนิวเคลียร์ในปริมาณมหาศาล ไม่มีวิธีที่ปลอดภัยและปราศจากความเสี่ยงสำหรับการจัดเก็บกากนิวเคลียร์ ไม่มีประเทศใดในโลกที่มีวิธีแก้ปัญหากากนิวเคลียร์ในปริมาณสูงที่เป็นกัมมันตภาพรังสีเป็นเวลาหลายแสนปี
นิวเคลียร์มีราคาแพงมหาศาล
เพื่อที่จะกอบกู้วิกฤตทางการเงิน อาเซียนต้องรับประกันว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเน้นไปที่การพัฒนาและวางระบบพลังงานหมุนเวียน
การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สร้างผลกำไรแก่ประเทศร่ำรวย แต่ก่อภาระทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี เชื้อเพลิง และวัตถุดิบจากต่างประเทศ ผู้นำอาเซียนควรมุ่งเน้นไปที่การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าก่อให้เกิดการจ้างงานที่มีคุณภาพหลายพันตำแหน่งในภูมิภาค
ต้นทุนการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วโลกได้พุ่งขึ้นสูงถึง 170-280 พันล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์คาดการณ์ไว้ถึง 3 เท่า เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของฝรั่งเศสที่ก่อสร้างขึ้นในยุโรปในขณะนี้นั้นมีงบบานปลายไปแล้วมากกว่า 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้การก่อสร้างยังล่าช้า และผิดพลาดนับพันจุด
10 เมษายน 2552, พัทยา - นักกิจกรรมกรีนพีซรณรงค์หน้าสถานที่จัดประชุมอาเซียน +3 โดยลอยบอลลูนขนาดใหญ่ และแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า “ลงทุนพลังงานหมุนเวียน ไม่ใช่นิวเคลียร์ ปกป้องสภาพภูมิอากาศเดี๋ยวนี้” กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุมอาเซียน +3 พลิกวิกฤตเศรษฐกิจเป็นโอกาสเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน โดยการรับประกันว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเน้นไปที่การพัฒนาและวาง ระบบพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานที่ยั่งยืนนับพันตำแหน่งในภูมิภาค
นิวเคลียร์เบี่ยงเบนการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่แท้จริง
การดำเนินการผลักดันพลังงานนิวเคลียร์ยังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ย่ำแย่ลงอย่างขนานใหญ่ เพราะเบี่ยงเบนการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นอันตราย เรามิอาจสูญเสียทรัพยากรและเวลาไปกับเรื่องนี้ได้
หากยังคงขาดการดำเนินการอย่างทันท่วงทีเพื่อพลิกสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตทางนิเวศครั้งใหญ่ อาเซียนควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เพื่อช่วยให้ประเทศในอาเซียนสามารถต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ แทนที่จะสนับสนุนเงินให้แก่พลังงานสกปรกและอุตสาหกรรมอันตราย และเพื่อแสดงความเคารพในความยุติธรรม อาเซียนต้องเรียกร้องให้ประเทศอุตสาหกรรมช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในความพยายามปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเอื้อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ กรีนพีซคาดหวังว่าผู้นำอาเซียนของเราจะนำข้อเรียกร้องนี้ไปสู่เวทีเจรจาสุดยอดด้านภาวะโลกร้อน ณ กรุงโคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคมนี้ด้วย
หยุดภาวะโลกร้อน พร้อมสร้างความมั่นคงและความเป็นอิสระด้านพลังงาน
กรีนพีซเห็นว่าพลังงานนิวเคลียร์ไม่มีบทบาทอันใดเลยในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2593 เพื่อหลีกเลี่ยงมหันตภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเรียกร้องให้สร้างการปฏิวัติพลังงานบนฐานการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน รัฐบาลที่เลือกพลังงานนิวเคลียร์ ท้ายที่สุดแล้วจะพบว่าความมั่นคงและความเป็นอิสระด้านพลังงานจะตกอยู่ในเงื้อมมือของประเทศสองสามประเทศ และบริษัทไม่กี่แห่งที่ครอบครองเทคโนโลยีและเชื้อเพลิงนิวเคลียร์




