ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

ป่าฝนเป็น 'ซุปเปอร์มาเก็ต' ที่จำเป็นและยั่งยืน สำหรับชุมชนท้องถิ่น

หลังจากหลายสัปดาห์ฺที่เธออธิบายว่าสะเทือนอารมณ์และเข้มข้น ณ ค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน บนเกาะสุมาตรา ในที่สุด โครินนา โฮลเซล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านป่าไม้จากเยอรมนี ได้เดินทางออกจากอินโดนีเซียแล้ว โครินนาตั้งใจที่จะอยู่ที่ค่ายอีกนานมาก แต่หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการต่อต้าน APRIL ซึ่งเป็นอาชญากรสภาพภูมิอากาศ สภาพการณ์ได้เปลี่ยนไป และมีการออกข้อบังคับที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางภายในจังหวัดรีอาล

ก่อนเดินทางกลับ โครินนา ได้บรรยายประสบการณ์การทำงานกับชุมชนในท้องถิ่น เพื่อพิทักษ์ระบบนิเวศป่าฝนที่สำคัญยิ่งแห่งนี้ ดังนี้

ฉันเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ิอย่างน้อยมีโอกาสอยู่ที่ค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศระยะหนึ่ง แต่เพื่อนร่วมงานของฉันบางคน ที่มาถึงค่ายช้ากว่าฉัน ไม่มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ที่สำคัญนี้

ในขณะนี้ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ และค่าย และในขณะที่ผู้ร่วมงานชาวอินโดนีเซียของเรากำลังถูกสอบปากคำโดยตำรวจ ฉันกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประชาชนจากชุมชนท้องถิ่นที่ได้สนับสนุนงานของเรา และหยุดยั้งพวกเราไม่ให้ถูกขับไล่ออกจากค่าย





ในอินโดนีเซีย ตำรวจและบริษัทต่างๆ เช่น APRIL และ ซีนาร์ มาส เกี่ยวโยงกันอย่างมาก และพวกเขาทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ กำจัดกรีนพีซออกจากคาบสมุทรกัมปาร์ หลังจากที่ฉันถูกกักตัวและสอบปากคำโดยตำรวจ ตำรวจบอกฉันว่าฉันไม่ได้รับอนุญาตให้กลับสู่ค่าย ฉันถามว่าทำไม และคำตอบที่ได้นั้นแปลก เขาบอกว่าก่อนที่กรีนพีซสร้างค่ายขึ้นมาบนคาบสมุทรกัมปาร์ ประชาชนล้วนมีความสุขและสงบสุข ตั้งแต่กรีนพีซมาอยู่ที่นี่ คาบสมุทรกัมปาร์ถูกแบ่งแยกออกเป็นฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายต่อต้านกรีนพีซ และพวกเขาต่อสู้กัน สำหรับเขาทางออกเดียวคือไล่กรีนพีซออกไป

ฉันบอกเขาว่าฉันได้พบว่าประชาชนที่นั่นตระหนักเป็นอย่างดีและมั่นใจในตัวเอง พวกเขารู้แน่ชัดว่าป่ามีความหมายอย่างไรต่อพวกเขา และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อบริษัทใหญ่ๆ ยึดที่ดินไปจากพวกเขา และเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้

แทนที่จะไล่กรีนพีซ พวกเขาควรเคารพความปรารถนาของชุมชนในท้องถิ่น




แม้ว่าจำเป็นเวลาสั้นๆ แต่ฉันจะจดจำช่วงเวลาในค่ายไว้เสมอ ฉันได้ทำงานร่วมกับประชาชนในท้องถิ่นและนักกิจกรรมจากทั่วโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน คือ ปกป้องป่า และสภาพภูมิอากาศ

การสร้างค่ายเป็นงานที่หนัก ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกระสอบทรายในอินโดนีเซียต้องมีน้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัีม ยิ่งไปกว่านั้นอุณหภูมิก็สูงด้วย แต่ทุกนาทีนั้นคุ้มค่า บรรยากาศในค่ายนั้นยอดเยี่ยม และคำอำลาแบบปัจจุบันทันด่วนของฉัน ที่เกิดขึ้นเพราะตำรวจขับไล่นั้น ซาบซึ้งมาก ในขณะนี้ฉันดีใจที่ได้รู้ว่าคนในท้องถิ่นกำลังเดินหน้าสร้างฝายกั้นน้ำต่อไป


Corinna at the camp


ประชาชนท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ที่ดินของพวกเขาแก่บริษัทใหญ่ๆ อย่างเช่น APRIL พวกเขารู้ว่านั่นเป็นการมองการณ์ใกล้ เพราะแม้พวกเขาจะได้เงินจากการขายที่ดิน แต่ก็ยังไม่พอ ฉันพูดคุยกับผู้คนที่ดำรงชีพด้วยการตกปลา เกษตรกรรมขนาดเล็ก และ การใช้ประโยชน์จากป่า และพบว่าในป่าพรุที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ พวกเขาพบยา ผลไม้ ถั่ว เห็ด และ วัสดุก่อสร้าง พวกเขาสามารถปลูกข้าวในป่า ส่วนในไร่ใกล้หมู่บ้าน พวกเขาปลูกข้าวโพดและปาล์มน้ำมันเพื่ิอนำไปใช้เอง และเพื่อขายที่ตลาดในท้องถิ่น ขณะเดินไปตามหมู่บ้าน คุณจะเห็นวัวควาย ไก่ และ แพะ พวกเขากล่าวว่าป่าผืนนี้เป็น 'ซุปเปอร์มาเก็ต' ของพวกเขา ความแตกต่างอย่างเดียวก็คือพวกเขาไม่ต้องเสียเงินจับจ่าย

อาซเวีย ซึ่งเป็นชาวนาในท้องถิ่น บอกฉันว่าเขามีรายได้เพียงพอสำหรับรายจ่ายทั้งหมด สิ่งนี้จะเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจหากป่าผืนนี้ถูกยึดโดย APRIL หรือ ซีนาร์ มาส ที่จะถางและทำให้ดินเหือดแห้ง ซุปเปอร์มาเก็ตฟรีแห่งนี้จะล้มละลาย และคลังปลาจะลดลงมหาศาล แล้วเขาก็จะต้องมีเงินมากขึ้นเพื่อเลี้ยงครอบครัว เงินนั้นจะมาจากไหนล่ะ ฉันถามเขาว่าเขาจะสามารถทำงานในป่าปลูกได้หรือไม่ แต่เขาปฏิเสธเพราะนั่นจะทำให้เขาต้องพึ่งพาบริษัทใหญ่ๆ และเขาจะมีรายได้น้อยลง และเพราะเขาต้องการให้ลูกและหลานของเขาเติบโตขึ้นกับป่า นั่นเป็นเหตุผลที่้เขาต่อสู้เพื่อการปกป้องป่า และต่อสู้ 'บริษัทนั้น' (นี่เป็นคำที่ประชาชนท้องถิ่นเรียก APRIL) และต่อสู้กับรัฐบาลที่ได้ให้สัมปทานพื้นที่ป่าของชุมชนขนาด 240 ตารางกิโลเมตร แก่ APRIL

เขายังได้ลงชื่อในจดหมายที่ชุมชนแห่งนี้ส่งไปให้รัฐบาลเดือนพฤษภาคม 2552 แต่พวกเขาไม่เคยได้รับคำตอบ

ฉันประทับใจมากกับความแน่วแน่ของอาซเวีย เขาตระหนักว่าป่าของเขาไม่เพียงสำคัญต่อตัวเขาและชุมชนของเขา แต่เขารู้ว่าป่าสำคัญต่อทั้งโลกด้วย เขามีความหวังอย่างยิ่งในการประชุมสุดยอด ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในกรุงโคเปนเฮเกน และมีความหวังชุมชนนานาชาติจะเห็นชองมาตรการที่จะปกป้องป่าของเขา เขาต้องการไปโคเปนเฮเกนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเขาให้โลกรับรู้ เขาบอกว่าเขาจะทำหลายๆ สิ่งเพื่อปกป้องป่าของเขา แต่เขาจะไม่มีวันจากป่าแห่งนี้ เขาจะไม่มีวันจากหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ และย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่จะ "ต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย"

>> อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ

>> สนับสนุนค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน โดยส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซียทันที ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นในการส่งจดหมายผ่านเว็บไซต์ของเรา

 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น