ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ – อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ

แถลงการณ์ของกรีนพีซต่อกรณีการเสนอแผนงานของคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาต


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย -- กรีนพีซมีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการเร่งให้มีการอนุมัติเห็นชอบแผนงานของคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมในการที่จะผลิตไฟฟาจากพลังงานนิวเคลียร์ในวันนี้ เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาตินั้นไม่มีกระบวนการปรึกษาหารือและประเมินผลกระทบของอันตรายจากนิวเคลียร์กับภาคประชาสังคมและสาธารณชนอย่างเพียงพอและเหมาะสม



ถึงแม้ว่า ภาคประชาสังคมไทยจะมีประเด็นคำถามต่อทำเลที่ตั้ง ต้นทุนอันมหาศาล และความล่าช้าในการก่อสร้างของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นทั่วโลก รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ดร.ปิยะสวัสดิ์ อมรนันท์ ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยนำเสนอแผนการดำเนินงานต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้พิจารณาอนุมัติในวันนี้



ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เป็นข้อพิสูจน์ทั่วโลกหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า จริงๆ แล้ว พลังงานนิวเคลียร์เป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเบี่ยงเบนออกจากการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่แท้จริง นอกจากจะใช้งบประมาณจำนวนมากไปกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจซึ่งไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว พลังงานนิวเคลียร์ยังมิได้ตอบสนองต่อวิกฤตด้านพลังงานที่มีการคาดการณ์อีกด้วย รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานควรพิจารณาอย่างจริงจังให้มากกว่านี้ถึงทางเลือกที่สะอาดและปลอดภัยในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะจากระบบพลังงานหมุนเวียนที่มีลักษณะกระจายศูนย์ซึ่งมาจากแหล่งธรรมชาติอันได้แก่ ลม แสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น



นอกเหนือจากความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ อย่างเช่น กรณีเชอร์โนบิล สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของพลังงานนิวเคลียร์คือกากกัมมันตภาพรังสีปริมาณนับพันตันที่เราจะต้องอยู่กับมันในอนาคต กรีนพีซขอเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติทำการทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP 2007 โดยทันที โดยเน้นไปที่การศึกษาและพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรับประกันความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น หากยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่คนไทยทุกคน



ในวันที่ 10 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา มูลนิธินโยบายสุขภาวะและกรีนพีซได้เปิดตัวหนังสือ “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์: อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ” เพื่อให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง รวมทั้งทางเลือกที่เป็นไปได้ของสังคมไทยในกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้านมากขึ้น อันเป็นเงื่อนไขของการตัดสินใจร่วมกันของสังคม



หนังสือ“โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ : อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ” ระบุชัดเจนว่า สังคมไทยมีทางเลือกและไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยมีองค์ประกอบ 2 แนวทางหลักคือ 1) การลดความต้องการใช้ไฟฟ้าจากที่คาดการณ์ไว้ลงร้อยละ 20 และการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในระบบกระจายศูนย์ขึ้นเป็นร้อยละ 20 ภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ.2563) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ PDP2007 แล้ว จะเห็นว่าทางเลือก 20:20 ภายในปี 2020 สามารถลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ลงได้อย่างมาก เนื่องจากการจัดการด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า (ประมาณ 6,992 เมกะวัตต์) เพื่อลดความต้องการไฟฟ้าลงร้อยละ 20 ทำให้โดยรวมแล้วสามารถลดกำลังการผลิตที่จะต้องติดตั้งใหม่ในช่วงปี พ.ศ. 2554-2564 ลงได้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าใหม่ที่จะสร้างก็จะเน้นโรงไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์มากขึ้น โดยจะสร้างโรงไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์เพิ่มขึ้นจาก 1,700 เมกะวัตต์ ขึ้นเป็น 6,400 เมกะวัตต์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2,800 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4,000 เมกะวัตต์ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศลงจาก 5,090 เมกะวัตต์ เหลือเพียง 2,143 เมกะวัตต์ และลดการสร้างโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติลงจาก 18,200 เมกะวัตต์เหลือเพียง 8,400 เมกะวัตต์ ผลลัพธ์จากทางเลือกดังกล่าว

ทำให้ประเทศไทยสามารถประหยัดค่าลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 240,000 ล้านบาท ลดค่าลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินลงได้ 153,000 ล้านบาท ลดค่าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติลงได้ 184,000 ล้านบาท รวมกันประหยัดค่าลงทุนลงได้เกือบ 600,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังประหยัดการนำเข้าเชื้อเพลิงได้เกือบ 80,000 ล้านบาท/ปี ในปีค.ศ. 2020 และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 50 ล้านตันต่อปี

ดาวน์โหลดหนังสือ "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่าปิดแผ่้นฟ้าด้วยฝ่ามือ

......................

กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ้นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


0 ความคิดเห็น  

กรีนพีซพบสารเคมีอันตรายในโทรศัพท์มือถือของบริษัทแอปเปิ้ล

กรุงเทพฯ/อัมสเตอร์ดัม, ประเทศไทย — กรีนพีซเผยผลวิเคราะห์จากห้องทดลองวิทยาศาสตร์พบสารสารเคมีอันตรายในส่วนประกอบของโทรศัพท์มือถือของบริษัท แอปเปิ้ล หรือไอโฟน (iPhone) ซึ่งกรีนพีซได้ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลเป็นครั้งแรกหลังจากที่จัดทำ “คู่มือจัดอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียว” เพื่อเป็นการทดสอบคำมั่นสัญญาของ สตีฟ จ๊อบส์ ประธานคณะกรรมการบริหารใหญ่ของแอปเปิ้ลที่ให้กับลูกค้าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าจะทำให้สินค้าของเขาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (greener apple)

ห้องทดลองวิทยาศาสตร์อิสระได้วิเคราะห์ 18 ชิ้นส่วนจากภายในและภายนอกของไอโฟน ซึ่งจำนวนชิ้นส่วนที่วิเคราะห์มากกว่าครึ่งพบสารทนไฟประเภทโบรมีน (BFRs) (1) ที่เป็นสารเคมีอันตราย โดยมีน้ำหนักมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักของแผงวงจร และพบสารเคมีประกอบอันตรายประเภท พลาทเลทเอสเตอร์ (phthalate esters) (2) มากกว่า 1.5 เปอร์เซ็นต์ของสารเคลือบพีวีซีของสายหูฟัง การวิเคราะห์ยังพบอีกว่าชิ้นส่วนที่มีการใช้กาวติดแบตเตอรี่กับแฮนด์เซ็ทนั้นยากต่อการแยกเพื่อรีไซเคิลหรือการกำจัดที่เหมาะสมเมื่อหมดอายุการใช้งาน




“มิสคอล: สารเคมีอันตรายในไอโฟน (Missed call: the iPhone´s hazardous chemicals)” เป็นรายงานของกรีนพีซที่แสดงสารประกอบในไอโฟน (3) ซึ่งเป็นครั้งที่สามแล้วที่กรีนพีซตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลตั้งแต่ปี 2549 และพบว่าแมคบุ๊คโปรและไอพอตนาโน มีสารประกอบของพบสารทนไฟประเภทโบรมีน (BFRs) และพีวีซี (PVC) เช่นเดียวกัน

แอปเปิ้ลนำไอโฟนออกขายในตลาดสหรัฐตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การที่พบสารเคมีอันตรายดังกล่าวในส่วนประกอบของไอโฟนแสดงให้เห็นถึงความหวังอันริบหรี่ที่จะเห็นผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในปี 2551 ตามคำมั่นสัญญาที่ สตีฟ จ๊อบส์ ให้ไว้

พลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเริ่มจากการเลิกใช้ส่วนประกอบและวัสดุที่มีสารพิษในผลิตภัณฑ์เพราะการไม่ใช้สารพิษจะช่วยลดอันตรายต่างๆที่เกิดจากการรีไซเคิลและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลที่กำลังเพิ่มขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด แต่ดูเหมือนว่าแอปเปิ้ลจะยังคงห่างไกลจากความเป็นผู้นำด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่างจากคู่แข่งอย่างโนเกีย หรือโซนี- อิริคสัน ที่ได้ผลิตโทรศัพท์มือถือและมีนโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า”

ดร. เดวิด ซานทีโล นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของห้องวิจัยของกรีนพีซ กล่าวว่า สารเคมีประกอบอันตรายประเภท พลาทเลทเอสเตอร์ เป็นสารเคมีที่จัดอยู่ในประเภทสารมลพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์กลุ่มที่สองในกฎหมายของยุโรป เนื่องจากมีผลรบกวนต่อฮอร์โมนเพศของสัตว์เลือดอุ่น ในขณะที่สารเคมีนี้ไม่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเล่นหรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ขายในยุโรป แต่อย่างไรก็ตามยังไม่รวมถึงโทรศัพท์มือถือ

ดูวีดิโอการแยกชิ้นส่วนและการทดสอบไอโฟนได้ที่นี่ - http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/iphone


เว็บไซต์งานรณรงค์ด้านสารพิษของกรีนพีซ:
http://www.greenpeace.org/international/campaigns/toxics/electronics

หมายเหตุ

(1) โบรมีน: หากผลิตภัณฑ์ใด ๆ มีสารโบรมีนอยู่ในปริมาณที่สูงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อผลิตภัณฑ์หมดอายุการใช้งานเมื่อนำไปเผาทำลายหรือนำไปริไซเคิลหรือนำไปฝังกลบจากการที่โบรมีนจะทำปฎิกิริยากลายเป็นสารพิษที่คงค้างในสิ่งแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

(2) พลาทเลท: ตามระเบียบสหพันธ์ยุโรป 2005/84/EC ผลิตภัณฑ์ของเล่นหรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ขายในสหพันธ์ยุโรปจะต้องไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีดังกล่าวมากกว่า 0.1% ของน้ำหนัก

(3) “มิสคอล: สารเคมีอันตรายในไอโฟน (Missed call: the iPhone´s hazardous chemicals)
http://www.greenpeace.org/iphonereport

.........

กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ้นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


0 ความคิดเห็น  

ร่วมลงชื่อ คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ

กรุงเทพฯ, 9 ตุลาคม 2550 - วันนี้กรีนพีซออกล่ารายชื่อ "คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ"
ทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์นายกรัฐมนตรีพิจารณาไม่ยอมรับ
การล้มมติ ครม. พืชจีเอ็มโอของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาล สนับสนุนการเกษตรยั่งยืนและเกษตรธรรมชาติ

กรีนพีซรวบรวมรายชื่อจากสาธารณชนเพื่อร่วมแสดงความเชื่อมั่นต่อนายกรัฐมนตรีให้
รักษา ความเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย และย้ำเตือนถึง
ผลเสียที่จะตามมาหากมีการเริ่มทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิดว่าจะทำให้เกิด
การแพร่กระจาย และปนเปื้อนไปสู่พืชผลและสิ่งแวดล้อมของไทย
อย่างไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ ซึ่งส่งผลให้ การส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปให้
แก่ตลาดโลก เช่น สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นต้องหยุดชะงักเนื่องจากประเทศเหล่านี้
ปฏิเสธพืชจีเอ็มโอ อย่างชัดเจน นอกจากนี้กรีนพีซยังเน้นย้ำถึงการยกเลิกมติ ครม.ว่าจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน เพราะยังไม่มีการพิสูจน์ใดๆ ว่าพืชจีเอ็มโอนั้นปลอดภัย ในระยะยาว

โปรดร่วมลงชื่อในจดหมายถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกล้มความพยายามในการทดลอง
ปลูกพืชจีเอ็มโอในไร่นาเปิดอันจะนำหายนะมาสู่สิ่งแวดล้อม
และเกษตรกรรมไทย

1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอ
ที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่
คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป
และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ


1 ความคิดเห็น  

Photo Contest: “Endangered Water, Endangered Lives” (UPDATED VERSION)

English version is below.

กรีนพีซ องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย โดยส่งภาพถ่ายเข้าประกวดภายใต้หัวข้อ "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต"



วัตถุประสงค์



1. ส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหามลพิษทางน้ำที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

2. สนับสนุนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดปัญหามลพิษทางน้ำและผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

3. กระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อการก่อปัญหามลพิษทางน้ำ

4. เพื่อนำผลงานต่างๆที่ได้รับคัดเลือกไปจัดแสดง รวมถึงกิจกรรมรณรงค์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง



การประกวดภาพถ่าย



ในหัวข้อ “วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต” ลักษณะของภาพถ่ายจะต้องสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตปัญหาของแหล่งน้ำกินน้ำใช้หรือแหล่งน้ำธรรมชาติที่ถูกกระทำย่ำยีโดยกิจกรรมมนุษย์ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆที่ขาดความรับผิดชอบ จนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นภาพถ่ายที่นำเสนอยังสามารถขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ถ่ายที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวในลักษณะอื่นๆ หรือนำเสนอเป็นเชิงสัญลักษณ์ที่สามารถสื่อถึงหัวข้อประกวดได้ โดยทุกเหตุการณ์ที่บันทึกภาพจะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น



กลุ่มเป้าหมาย



1. กลุ่มช่างถ่ายภาพ

2. กลุ่มเยาวชนไทย

3. ประชาชนทั่วไป



หน่วยงานที่รับผิดชอบ



1. มูลนิธิเพื่อสันติภาพเขียว (กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

2. สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.ภ.ท.)



ประเภทของภาพถ่าย



ภาพถ่ายฟิล์มสี-ฟิล์มขาวดำ, Digital



ผู้มีสิทธิ์ส่งภาพเข้าประกวด

ประชาชนคนไทยทั่วไปและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย



เงื่อนไขข้อกำหนดในการส่งภาพภาพถ่ายเข้าประกวด



1. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดสามารถถ่ายภาพโดยใช้ได้ทั้งกล้องบรรจุฟิล์มและกล้องดิจิตอล

2. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดเป็นภาพสี-ขาวดำ ขนาดของภาพ 10x12 นิ้ว บวก-ลบได้ไม่เกิน 2 นิ้ว (ภาพที่เกินกว่าขนาดที่กำหนดจะไม่ได้รับการพิจารณาตัดสิน) พร้อมทั้งส่งฟิล์มหรือ Digital File Jpeg Large ที่มีคุณสมบัติ High Resolution ไม่ต่ำกว่า dpi โดยบันทึกลงแผ่นซีดี มาพร้อมภาพถ่ายผลงานที่เข้าร่วมประกวด และฟิล์มหรือแผ่นซีดีจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรีนพีซ 300

3. ต้องเป็นภาพที่ถ่ายระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2550 - 30 พฤศจิกายน 2550

4. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด ห้ามตกแต่งภาพจนเกินจากความเป็นจริง

5. ส่งผลงานภาพถ่ายเข้าประกวดได้ท่านละไม่เกิน 10 ภาพ (ไม่ต้องติดการ์ดและกรอบใดๆทั้งสิ้น)

6. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด ผู้ส่งจะต้องเขียนชื่อภาพ ชื่อสถานที่ในภาพ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดอย่างชัดเจนในใบสมัครที่กำหนด และผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ถ่ายภาพที่ส่งเข้าประกวดด้วยตนเอง

7. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด กรีนพีซมีสิทธิ์คัดเลือกนำไปจัดแสดงในที่ต่างๆ และมีสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เผยแพร่ผลงานในสูจิบัตร เอกสารสิ่งพิมพ์ รวมทั้งสารสนเทศทุกประเภทและกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ



หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและตัดสินภาพถ่าย



คณะกรรมการตัดสินภาพจะพิจารณาจากคุณค่าของผลงานเป็นหลัก คณะกรรมการมีสิทธิ์กำหนดวิธีการตัดสิน การตัดสินของคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินจะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผลงานที่มีคุณภาพเหมาะสมเข้าร่วมแสดง



คณะกรรมการตัดสิน



1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์

2. อนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง

3. ดาว วาสิกศิริ

4. Von Hernandez (Campaign Director, Greenpeace SEA)

5. John Novis (Photo Editor, Greenpeace International)



รางวัล



รางวัลชนะเลิศ

จำนวน 1 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1

จำนวน 1 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

จำนวน 1 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



รางวัลชมเชย

จำนวน 10 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



กำหนดการส่งผลงานภาพถ่าย



ทางไปรษณีย์หรือด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2550 (ตัดสินภาพวันที่ 7 ธันวาคม 2550)

ส่งถึง ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ

มูลนิธิเพื่อสันติภาพเขียว (กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

138/1 ชั้น 2 อาคารทอง ถนนสุทธิสาร

สามเสนใน พญาไท กทม. 10400

โทร. 02-357-1921 โทรสาร 02-357-1929



หมายเหตุ: วันจัดแสดงภาพและสถานที่จะแจ้งให้ทราบหลังประกาศผลตัดสิน


คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดใบสมัคร


------------

Photo Contest: “Endangered Water, Endangered Lives”



Greenpeace Southeast Asia, in collaboration with the Royal Photographic Society of Thailand under the Royal Patronage of H.M. the King, hosts a photo contest to bring people together to celebrate and protect our important freshwater sources. The theme of the photo contest is: “Endangered Water, Endangered Lives” Submission of entries: September 21 to November 31, 2007


The Photo Contest



Under the Title “Endangered Water, Endangered Lives”, the photographs must feature freshwater and freshwater sources in Thailand, taken from January 1, 2007 to November 31, 2007. Examples are lakes, rivers, streams, springs, tap water, etc. Photos should convey how freshwater is important to people / the environment (‘celebrating water’), or how clean water is being threatened by sources of pollution (‘water at threat’). Marine water (seas, oceans) are not considered.

Target Groups


1. Photographers
2. Thai Youths
3. General Public

Responsible Organizations



1. Greenpeace Southeast Asia
2. The Royal Photographic Society of Thailand Under the Royal Patronage of H.M. The King (RPST)

Photo Contest Guidelines



1.
Who may join: The competition is open to all photographers, photojournalists, and photo enthusiasts who are residents of Thailand except for staff of Greenpeace Southeast Asia and relatives of up to the 1st degree of consanguinity.
1.1 Entrants under 18 years of age will be required to submit a waiver signed by the entrant’s legal guardian.

2. Theme:
- Celebrating Thailand fresh waters (rivers, lakes, aquifers, springs, and groundwater sources, etc) and looking at the threats

3. All entries should have been taken within Thailand from January 1, 2007 to November 31, 2007.

4. Entries should be taken with any camera using at least 35 mm film or a digital camera.

4.1 For digital photos, entries should be taken with at least a 3 Mega Pixel digital camera at the highest setting. Submitted entries should be in JPEG format (jpg or jpeg), 1200 pixels on the longest side, with at least 300 dpi resolution.

Entrants will be asked to submit the original file for the exhibit after the judges have made their decisions.

Emailed entries should be submitted to greenpeaceth.photocontest@gmail.com

4.1.1 The file name of the entry should follow the following format: Initials of the entrant (first name, middle name, last name) [dash] entry number depending on how many entries are being submitted [dash] date in (ddmmyy format) photo was submitted to contest [dot] jpg

For Example, photos submitted by Ply H. Pirom on September 5, 2007 should have the file names:
Php-1-050907.jpg
Php-2-050907.jpg

4.2 Print entries should be 8R in size and mailed and addressed to:

Greenpeace Project Water Photo Contest
Greenpeace Southeast Asia
138/1 2nd Floor, Thong Building, Suthisarn Road,
Samsennai, Payathai, Bangkok 10400

Not later than the date specified in item 5.

Greenpeace will not be responsible for prints damaged during postage/delivery.

4.3 There should be no markings (names, logo, or any writing) on photo entries.

5. Deadline for submission of all entries is November 31, 2007. All email entries received after midnight of September 28 and all print entries received by the Greenpeace office after 5:00pm of November 31, 2007, will not be accepted.
Greenpeace is not responsible for any postal or technical delay.

6. Only complete entries will be considered.

6.1 A complete entry for a digital photo submitted via email is as follows:
- entry form
- photo entry in the required parameters (see item 3.1)
- waiver for minors, if applicable

6.2 A complete print entry is as follows:
- entry form
- 8R print
- waiver for minors, if applicable

7. Images must not have been altered / enhanced in any way other than simple cropping. Any alteration or enhancement made (aside from cropping) would mean disqualification of the entry.

8. Photographs that include sculptures, statues, paintings, and other works of art will be accepted as long as they do not constitute copyright infringement or fraud; provided that entrants provide a release form as described below in “Releases.” When photographing the work of others, it must be as an object in its environment and not a full-frame close up of another person’s art.

9. Photographs that include other persons will be accepted, provided that entrants submit a release form as described below in “Releases.”

10. Each entrant can send as many as five (10) entries but can only win once.

11. Entries must be exclusive to this contest, unpublished, and must not have been submitted as an entry in previous contests. By entering the contest, entrant represents, acknowledges and warrants that the submitted photograph is an original work created solely by the entrant and that no other party has any right, title, claim or interest in the photograph.

12. The Board of judges will be composed of respected photo journalists, as well as Greenpeace Southeast Asia’s Campaigns Director, and Greenpeace International’s Photo Chief.

13. Criteria for judging is as follows:
Relevance to the theme- 50%
Technical Excellence-25%
Visual Impact and Creativity-25%

14. Prizes are as follows:
First prize: THB 30,000.00 with a certificate
Second prize: THB 20,000.00 with a certificate
Third prize: THB 10,000.00 with a certificate
Consolation Prizes: 10 prizes; THB 4,000 each with a certificate

14.1 Winners will be announced and prizes awarded on December 7, 2007.

14.2 Prizes not claimed within 30 days after the awarding ceremonies shall be forfeited.

15. By participating, the entrant shall grant to Greenpeace SEA Environmental Trust Inc. (Greenpeace)
- right to use the photo in all Greenpeace campaign and organizational materials (captioned (c)photographer).
- right to distribute the photo as part of Greenpeace's media releases (captioned (c)photographer/Greenpeace handout)
- both above rights for the period of three or for the duration of our water project

Entrant further grants Greenpeace the rights to use the photo beyond the period specified above in campaign and organizational materials (but not for distribution) so long as the use of the photo pertains to the water project and the caption shall additionally read "this photo was [an entry/winner] in the Greenpeace water project photo contest held in December 2007.

The rights granted to Greenpeace SEA Environmental Trust, Inc. shall also be granted to its global licensing intermediary Greenpeace International BV.

16. By joining this contest, entrants agree

(a) to be bound by these official rules
(b) that the decisions of the judges are final on all matters relating to the contest. All national and local taxes, fees and surcharges on prizes are the sole responsibility of the prize winners. In the event that the selected winner(s) of any prize are/is ineligible or refuses the prize, the prize will be forfeited and Greenpeace, in its sole discretion, may choose whether to award the prize to another winner.

17. Greenpeace reserves the right to disqualify entries, or to forfeit the prize for a winning entry, that
-have been altered/enhanced in any way other than simple cropping
-are obscene or contain objectionable content as determined by Greenpeace
-are not original
-are illegible, incomplete, damaged, irregular, altered, and/ or counterfeit
-have been produced through fraud
-have been obtained through theft
or entries whose details have been misrepresented in the entry form.

Board of Judges


1. Assistant Professor Thaworn Koudomwit
2. Dow Wasiksiri
3. Anuchai Srijaroonputhong
4. Von Hernandez (Campaign Director, Greenpeace SEA)
5. John Novis (Photo Editor, Greenpeace International)

You can download the registration form here.

0 ความคิดเห็น  

กรีนพีซโต้กรมวิชาการเกษตรเซ็นเอ็มโอยูกับคอร์แนล ไทยเสียประโยชน์



กรุงเทพฯ – กรีนพีซประณามกรมวิชาการเกษตร กรณียื่นร่างเอ็มโอยู ที่ตกลงเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ในมะละกอจีเอ็มโอร่วมกับมหาวิทยาลัยคอร์แนล พร้อมย้ำว่าภาคเกษตรกรรมไทยจะเสียผลประโยชน์หากมีการเปิดรับพืชจีเอ็มโอ กรีนพีซเรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยรายละเอียดของบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ระหว่างกรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยคอร์แนลให้สาธารณชนรับทราบโดยเร็วเนื่องจากประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเกษตรกรรมและมูลค่าของสินค้าเกษตรไทย และก่อนที่กระทรวงเกษตรจะวิ่งโร่ไปหาคอร์แนล คนไทยควรได้รับทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของพวกเขา

กรีนพีซได้เรียกร้องกรมวิชาการเกษตรให้เปิดเผยร่างบันทึกข้อตกลงมาหลายครั้งแล้ว แต่ได้รับคำปฏิเสธทุกครั้ง

“ดูเหมือนกรมวิชาการเกษตรไม่เคยจดจำบทเรียนจากกรณีมะละกอปนเปื้อนจีเอ็มโอที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเกิดจากการไร้ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร เป็นที่น่าสงสัยว่าการที่กรมวิชาการเกษตรพยายามทำข้อตกลงดังกล่าวกับคอร์แนลครั้งนี้ จะเอื้อประโยชน์ต่อการยกเลิกมติครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิดและเปิดทางให้มะละกอจีเอ็มโอเข้าประเทศไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น เราขอให้ทางกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยข้อมูลในร่างเอ็มโอยูนี้ก่อน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและอธิบายให้สาธารณชนได้รับทราบ” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

จากการรายงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่กล่าวอ้างว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยคอร์แนลนั้นประเทศไทยได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไรจากการค้ามะละกอจีเอ็มโอ แต่สิทธิบัตรนั้นจะเป็นสิทธิบัตรร่วมกันกับมหาวิทยาลัย

“หากเรื่องดังกล่าวเป็นจริง ถือว่าเป็นโชคร้ายของเกษตรกรและคนไทย เนื่องจากเกษตรกรจะต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรให้แก่สถาบันต่างชาติทั้งๆที่ไม่ควรจะจ่าย เท่านั้นยังไม่พอหากมีการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอเกิดขึ้น ประเทศไทยก็จะสูญเสียตลาดส่งออกทั่วโลกที่ไม่ยอมรับผลผลิตจีเอ็มโอ นี่หรือคือข้อตกลงที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องการหยิบยื่นให้แก่คนไทย” ณัฐวิภากล่าวเสริม

กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลกอีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค ข่าวการรณรงค์ที่เกี่ยวข้อง

------
กรีนพีซเป็นองค์กรที่ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยการรับเงินบริจาคจากผู้ที่รักสิ่งแวดล้อม และปฏิเสธที่จะรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลและภาคเอกชนเราจึงเป็นองค์กรที่ดำเนินงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง

เราเชื่อว่าโลกอันแสนเปราะบางใบนี้รอการปกป้องและแก้ไขปัญหาด้วยการลงมือกระทำ....มาช่วยกันรักษา สิ่งแวดล้อมเมืองไทยกันเถอะ

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : http://www.greenpeace.or.th



0 ความคิดเห็น