ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ๆ เราบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไป เบื้องหลังการทำงาน ข้อคิด ความคิดเห็น เพิ่มเติมจาก งานที่เราทำ

มาเป็นอาสาสมัครกรีนพีซเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกกันเถอะ


ร่วมเป็นอาสาสมัคร

คุณเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้ เพียงร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนพร้อมกับกรีนพีซ
พลังของคุณ ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้ทุกนาที


สมัครเป็นอาสาสมัครกรีนพีซ
มีงานอาสาที่กรีนพีซรอคุณอยู่มากมาย
เพียงสละเวลาไม่ว่าจะวันธรรมดาหรือวันหยุด
คุณจะได้ประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่
งานง่ายๆ ตั้งแต่ติดซองจดหมายส่งข่าวสิ่งแวดล้อม
ไปจนถึงร่วมลงเรือกรีนพีซไปรณรงค์ยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

อาสาสมัครทุกคนจะได้รับการฝึกอบรมการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี
เพื่อก้าวสู่การเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมตัวจริง
เพื่อนของเราหลายคนเริ่มงานที่กรีนพีซ จากการเป็นอาสาสมัคร

ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปกป้องโลกได้ทุกวัน สิ่งเล็กๆ ที่คุณทำในวันนี้ ย่อมก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในอนาคต เพียงช่วยกันปฎิบัติต่อโลกอย่างอ่อนโยน

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ทำงานรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวทางการเผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์ และด้วยสันติวิธิ เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อม และนำเสนอแนวทางแก้ไขที่จำเป็นต่ออนาคตที่ยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

สนใจสมัครเป็นอาสาสมัคร โปรดติดต่อ 081 935 3327 หรือที่ bubpachart@th.greenpeace.org

0 ความคิดเห็น  

วันปลอดรถ ลดโลกร้อน Bangkok Car Free Day



กรุงเทพฯ, 22 กันยายน 2550 - กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ปั่นจักรยานรณรงค์ลดโลกร้อนในวันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day) เพื่อร่วมกันรณรงค์พร้อมกันทั่วโลก ในการลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ เพื่อนำไปสู่การลดปัญหาโลกร้อน ตามเส้นทางสายมังกร จากสนามศุภชลาศัยไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และขี่กลับมายังสนามศุภชลาศัย รวมระยะทาง 12.5 กิโลเมตร อาสาสมัคร ผู้บริจาค และเจ้าหน้าที่ของกรีนพีซ 113 คน พร้อมวีเจชลลี่ แห่งสไมล์ทีวี และปุ้ม ดลรส จากภาพยนตร์เรื่องสวยลากไส้ เป็นนักแสดงอาสา ที่มาร่วม ขี่รณรงค์ปลุกจิตสำนึกการประหยัดพลังงาน เพื่อหยุดโลกร้อน ตลอดเส้นทาง

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้นำจักรยาน 1221 คัน เข้าจัดรูปขบวนเป็นแผนที่ประเทศไทย ความยาว 75 เมตร กว้าง 45 เมตร ภายในสนามศุภชลาศัย ก่อนเคลื่อนขบวนรณรงค์จักรยานความยาวกว่า 500 เมตร ผ่านเส้นทางสายมังกร (เยาวราช) สู่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และเคลื่อนขบวนกลับสนามศุภชลาศัย ในเวลา 12.00 น. ในช่วงบ่ายเป็นภาคงานนิทรรศการ กรีนพีซเปิดคลินิกโลกร้อน ตรวจสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนบุคคล และให้คำปรึกษาและคำแนะนำเกี่ยวกับโลกร้อน

0 ความคิดเห็น  

ออสเตรเลียและสหรัฐไม่สนใจสนธิสัญญาเกียวโต สร้างความไขว้เขวด้วยสิ่งอื่น

English Text is After Thai

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2550 กรีนพีซ พร้อมทั้งกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอื่นๆ จัดงานแถลงข่าวขึ้นด้านหน้าศูนย์สื่อมวลชนนานาชาติ 30 นาทีหลังจากนายจอห์น โฮเวิร์ดเสร็จสิ้นการแถลงการณ์เกี่ยวกับการเจรจาเพื่อลดสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่การประชุมเอเปค

กรีนพีซตอบโต้ว่าคำประกาศแห่งซิดนีย์ที่เอเปคเป็นการทำให้ประชาชนไขว้เขว เพราะหากปราศจากเป้าหมายที่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายแล้ว "การสร้างความไขว้เขวแห่งซิดนีย์" ก็ไม่เกี่ยวข้องและไร้ความหมายในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน


กรีนพีซ เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้
http://www.greenpeace.or.th

=====

On September 8, 2007, afternoon, Greenpeace along with other environmental groups held a press conference in front of the international media center, 30minutes after John Howard's statement that climate change negotiations have ended at the APEC.

Greenpeace slammed the APEC Sydney Declaration as a Distraction. With no legally-binding targets, the "Sydney Distraction" is irrelevant and meaningless in addressing climate change.


Greenpeace Southeast Asia:
http://www.greenpeace.or.th

1 ความคิดเห็น  

ออสเตรเลียและสหรัฐไม่สนใจแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน Aust and USA Ignore Global Warming

ออสเตรเลียและสหรัฐไม่สนใจแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

เป็นเรื่องชัดเจนว่า ประเทศจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยจะไม่ยอมถูกกดดันให้ต่อต้านพิธีสารเกียวโต

ประเทศเหล่านี้ได้ลงนามในพิธีสารเกียวโตเรียบร้อยแล้ว และระลึกเป็นอย่างดีว่าในอนาคตพวกเขาจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้ทางออกที่แท้จริง เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและพลังงานหมุนเวียน

เป็นเรื่องที่น่าเย้ยหยันที่รัฐบาลของประเทศเช่นออสเตรเลียกำลังเร่งให้ใช้ทางออก เช่น ถ่านหิน ซึ่งเป็นอาชญากรโลกร้อนอันร้ายกาจ โดยผลักดันให้กับประเทศกำลังพัฒนาอย่างฟิลิปปินส์ ซึ่งติเตียนประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ว่าทำให้คำประกาศเรื่องสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงต้องชะงักอยู่กับที่

จอห์น โฮเวิร์ด และ จอร์จบุชมีความน่าเชื่อถือน้อยมากในเรื่องนี้ที่การประชุมเอเปค (องค์กรความร่วมมือเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิค) โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลของ 2 ประเทศนี้ใช้เวลานับทศวรรษในการทำลาบข้อตกลงเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อนลงอย่างลับๆ ทีละน้อย

ทั้งโฮเวิร์ดและบุชควรเลิกกดดันผู้นำเอเปคให้รับรองข้อตกลงนานาชาติฉบับใหม่ที่เป็นทางเลือกของสนธิสัญญาเกียวโต

หากโฮเวิร์ดและบุชจริงใจในการแก้ปัญหาโลกร้อน ทั้ง 2 รัฐบาลก็ควรให้สัตยาบันในพิธีสารเกียวโต และจัดตั้งเป้าหมายที่ผูกมัดตามกฎหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์

กรีนพีซ 7 กันยายน 2550

---------


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักกิจกรรมกรีนพีซ 12 คน ถูกจับกุมหลังเปิดโปงเนื้อหาการประชุมที่แท้จริงของการประชุมเอเปค นั่นก็คือ การที่ออสเตรเลียผลักดันให้มีการส่งออกถ่านหิน และเมื่อวันพุธและเมื่อวานนี้นักกิจกรรมกรีนพีซก็ได้ทำกิจกรรมเรียกร้องให้ออสเตรเลียให้สัตยาบันในพิธีสารเกียวโต

ผู้นำเอเปคจะลงนามในคำประกาศแห่งซิดนีย์หรือไม่ เมื่อพิจารณาจากร่างคำประกาศที่รั่วไหลออกมาแล้ว ไม่มีการกล่าวถึงพิธีสารเกียวโตหรือเป้าหมายผูกมัดอย่างถูกกดหมายเพื่เอลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

---------

1. ร่วมบริจาค โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้
2. ลงมือทำ เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
3. เป็นอาสาสมัคร มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ้นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

---------

STATEMENT SEPTEMBER 7, 2007

It is very unusual during an APEC meeting for discussions on a declaration to under go a debate. Currently, discussions on the APEC Climate Change declaration went till 8pm last night and discussions will begin again at 2pm.

Clearly, countries such as China, Indonesia, Malaysia, Philippines and Thailand will not agree to being pushed into an anti-Kyoto agreement in Sydney.

These are the countries who have already signed up to Kyoto, with the full realization that in the future they will need to reduce their green house gas emissions and embrace real solutions such as energy efficiency and renewable energy.

It is ironic that a government such as Australia who is peddling false solutions such as coal, a climate culprit, to developing countries such as the Philippines is also blaming developing nations for the deadlock on the APEC Climate Change Declaration.

John Howard and George Bush have very little credibility on the issue at the APEC specially that both governments spent a decade undermining global agreements to combat climate change.

Both Howard and Bush should just give up pushing at the APEC for a new international agreement that is alternative to Kyoto.

If Howard and Bush are sincere in addressing the issue of climate change, both governments should ratify Kyoto and set legally-binding targets to reduce green house gas emissions.

----------

Last Sunday, 12 activists were arrested and given absurd bail conditions after exposing the true agenda of APEC which is Australia Pushing Export Coal. The team challenged the restrictions last Thursday and all the bail conditions were thrown out by the court.

Last Wednesday, Greenpeace polar bears paraded ice heads of John Howard and George Bush at key sites of Sydney such as the Sydney Harbor, Bondi Beach and the Central Train Station. The bears held messages urging Australia and US government to Ratify the Kyoto Protocol.

Yesterday, activists staged a satire on nuclear barrels and wind turbine costumes battling for Putin and Howard's attention. Climbers also hanged a banner in one of the buildings along Darling Harbor which said Australia Pushing Export Coal. Below is the statement I delivered during the press conference on how the APEC Sydney Declaration is met by skepticism by developing nations.

Today, APEC will leaders sign the Sydney Declaration. Based on a leaked draft from late last night, there is no mention of Kyoto or legally-binding targets.
This is unacceptable.

1 ความคิดเห็น  

ผู้ว่าฯ กทม. เปิดตัวคลินิกโลกร้อนของกรีนพีซ ช่วยลดโลกร้อนในกรุงเทพฯ

English Text is After Thai
คำนวณคาร์บอนไดออกไซต์ที่คุณปล่อยออกมาในชีวิตประจำวันได้ที่นี่

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ เอ็มมี่ ฮาร์ฟิลด์ ผู้อำนวยการบริหาร และนายธารา บัวคำศรี นักรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำพิธีเปิดคลินิกโลกร้อนที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ให้คำมั่นโดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับกรุงเทพฯ



3 ก.ย. 50 - กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานเปิดตัวคลินิกโลกร้อนของกรีนพีซซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้เคลื่อนที่ที่ใช้ระบบพลังงานหมุนเวียน มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเปิดโอกาสให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถคำนวณปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นแก๊สเรือนกระจกตัวสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งแต่ละคนปล่อยออกมาจากการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันได้ (personal carbon footprint)


เอ็มมี่ ฮาฟิลด์ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า “ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจำเป็นต้องเริ่มการปฏิวัติพลังงานตั้งแต่ตอนนี้ (1) เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เช่น เซลแสงอาทิตย์และกังหันลม เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง แต่แนวทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดและเร็วที่สุดที่จะลดปัญหาภาวะโลกร้อนคือการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ กรีนพีซจะใช้คลินิกโลกร้อนเพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ชาวกรุงเทพฯ ในเรื่องความสำคัญของการกระทำของแต่ละคน(2) ขณะเดียวกัน ก็ทำงานเชิงนโยบายและเจรจาหว่านล้อม ผลักดันรัฐบาลในเรื่องพันธะกรณีภายใต้พิธีสารเกียวโตและเป้าหมายการลดแก๊สเรือนกระจกให้มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

คลินิกโลกร้อนของกรีนพีซประกอบด้วยแผงเซลแสงอาทิตย์ขนาด 1.6 กิโลวัตต์ติดตั้งไว้บนหลังคา และระบบกังหันลมความเร็วต่ำขนาด 1 กิโลวัตต์ที่ทำในประเทศ ซึ่งจะเป็นแหล่งพลังงานหลักที่นำไปใช้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็นเครื่องคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องพิมพ์ การจัดแสดงสื่อผสม ระบบไฟส่องสว่าง พัดลมและระบบระบายอากาศ ทั้งนี้ เพื่อสาธิตให้เห็นถึงการใช้ระบบพลังงานหมุนเวียนที่ทำงานแยกเป็นอิสระ

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวระหว่างการเปิดตัวคลินิกโลกร้อนของกรีนพีซว่า “เมืองใหญ่ทั่วโลกใช้พลังงานราวร้อยละ 75 ของโลก และปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกมาราวร้อยละ 80 ซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรุงเทพฯ ของเราก็เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ย ฝนไม่ตกตามฤดูกาล และการปะทะของคลื่นสูงตามแนวชายฝั่งทะเล กรุงเทพมหานครได้จัดทำแผนปฏิบัติว่าด้วยการลดปัญหาภาวะโลกร้อนขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกลงร้อยละ 15 ภายในปี พ.ศ. 2555 และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดคลินิกโลกร้อนซึ่งเป็นกิจกรรมดี ๆ ของกรีนพีซที่ช่วยสนับสนุนแผนปฏิบัติการของกรุงเทพมหานคร”

ในเดือนพฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ อภิรักษ์ ได้ร่วมกับผู้บริหารเมืองใหญ่ทั่วโลกอีก 14 เมืองในการประชุมสุดยอดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงนิวยอร์ค เมืองใหญ่ต่าง ๆ ได้แก่ เบอร์ลิน ชิคาโก ฮุสตัน โจฮันเนสเบอร์ก การาจี ลอนดอน เมลเบอร์น นิวยอร์ค เม็กซิโกซิตี้ โรม ซานเปาโล โซล โตเกียวและโตรอนโต ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ร่วมตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยแก๊สเรือนกระจกลง

เอ็มมี่ ฮาฟิลด์ กล่าวสรุปว่า “ในขณะที่เมืองต่าง ๆ และคนแต่ละคนได้ลงมือทำเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน เราคาดหวังรัฐบาลให้ลงมือทำมากขึ้นกว่านี้ การปฏิบัติของคนแต่ละคนที่มีความประสงค์จะร่วมแก้ไขปัญหานั้นควรจะสอดคล้องไปกับระเบียบวาระของรัฐบาลที่มีลักษณะก้าวหน้าในการพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนและสร้างกลไกเชิงสถาบันในเรื่องประสิทธิภาพพลังงาน แต่หากพยายามที่จะผลักดันพลังงานถ่านหินและนิวเคลียร์ ก็หมายถึงรัฐบาลกำลังล้มเหลวที่จะปฏิบัติการต่อประเด็นท้าทายในช่วงเวลานี้”

คำนวณคาร์บอนไดออกไซต์ที่คุณปล่อยออกมาในชีวิตประจำวันได้ที่นี่

-----------English------------

Greenpeace launches Climate Clinic

Bangkok Governor pledges emission reduction targets for the city

Bangkok, THAILAND — Bangkok Governor, Mr. Apirak Kosayothin inaugurated the Greenpeace Climate Clinic, a unique renewable energy powered, mobile and interactive climate change education center today. The Greenpeace Climate Clinic offers an opportunity for Bangkokians to calculate their personal carbon footprint on a computer that runs on solar and wind power installed on top of the container that houses the center.

“The effects of climate change are already starting to pile up, we need to kick start an Energy revolution (1). Renewable energy like wind and solar power is part of the answer, but the fastest and most cost effective way to combat global warming is to simply use less energy” said Emmy Hafild, Executive Director, Greenpeace Southeast Asia. “With the Climate Clinic, Greenpeace will raise awareness amongst the residents of Bangkok on the importance of individual action (2) while we continue to lobby and pressure governments to commit to Kyoto Protocol and binding greenhouse gas reduction targets in coming months.” She added.

A 1.6 kW Solar PV system and a 1 kW Wind turbine are the main source of power for the climate clinic. The clinic has different kind electrical appliances such as a computer that is mainly used for carbon footprint calculation, printer, multimedia players, lighting, electric fan and ventilation system. The climate clinic is a model for stand-alone renewable energy system.“Large cities worldwide consume 75 per cent of the world's energy and produce 80 per cent of greenhouse gases that are responsible for climate change, effects of which Bangkok has already begun to experience, like the rise in temperature, unseasonal showers and storm surges affecting the city.” said Mr. Apirak Kosayothin at the inauguration.

“Accordingly, Bangkok Metropolitan Authority is drafting an ambitious action plan aimed to reduce Bangkok’s greenhouse gas emissions by 15% by 2012, and I am very happy to inaugurate this Greenpeace’s initiative that will supplement our efforts.”In May 2007 Governor Apirak Kosayothin joined the heads of 14 of world’s largest cities at a Climate summit in New York including Berlin, Chicago, Houston, Johannesburg, Karachi, London, Melbourne, New York, Mexico City, Rome, Sao Paulo, Seoul, Tokyo and Toronto that have set greenhouse gas reduction targets.

"While cities and individuals do their share in helping avert climate change, we expect national governments to do more. The simple acts that people are willing to take for the climate should be matched with an aggressive government agenda to develop renewable energy systems and institutionalize energy efficiency. By pushing coal and nuclear energy, the government is failing to live up to the challenges of the times." Emmy Hafild concluded.

------
ภาวะโลกร้อนภายในช่วง 10 ปีนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการบันทึกปีที่มีอากาศร้อนที่สุดถึง 3 ปีคือ ปี พ.ศ. 2533 พ.ศ.2538 และ พ.ศ. 2540 แม้ว่าพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังมีความไม่แน่นอนหลายประการ แต่การถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ได้เปลี่ยนหัวข้อจากคำถามที่ว่า "โลกกำลังร้อนขึ้นจริงหรือ" เป็น "ผลกระทบจากการที่โลกร้อนขึ้นจะส่งผลร้ายแรงและต่อเนื่องต่อสิ่งที่มีชีวิตในโลกอย่างไร" ดังนั้น ยิ่งเราประวิงเวลาลงมือกระทำการแก้ไขออกไปเพียงใด ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะยิ่งร้ายแรงมากขึ้นเท่านั้น และผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ ลูกหลานของพวกเราเอง

ท่านสามารถบริจาคเพื่อสนับสนุนการรณรงค์เพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อนได้ที่ กรีนพีซ เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ -http://www.greenpeace.or.th


พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"


Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "


กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : http://www.greenpeace.or.th

1 ความคิดเห็น